
เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ววันนี้ กับ MINI Cooper SE รุ่นปรับโฉม เจนเนอเรชั่นที่ 5 ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัยและสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีอีก 2 รุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ MINI Countryman ทั้งในรูปแบบพลังงานไฟฟ้าล้วน และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร รวมถึงรุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่าง MINI Aceman SE รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ Crossover 5 ที่นั่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ MINI ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศไทย
MINI Cooper SE: นิยามใหม่ของความสนุกในการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า
MINI Cooper SE รุ่นใหม่ เปิดราคาจำหน่ายที่ 1.69 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับการอัปเกรดครั้งนี้ ประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ MINI ประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่ MINI Cooper SE รุ่นเดิม ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2020 ด้วยจำนวนจำกัดและได้รับความนิยมอย่างสูง จนมียอดจำหน่ายหมดไปในปี 2023 วันนี้เราได้นำกลับมาอีกครั้งในเจนเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่ขับขี่สนุกและเต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์
ความพิเศษของ MINI Cooper SE โฉมใหม่ ไม่เพียงแต่อยู่ที่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาด้านวิศวกรรมที่ทำให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย สำหรับสนนราคา 1.699 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็กเกจ บำรุงรักษา MSI Standard 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) นับเป็นราคาที่แข่งขันได้ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม และถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีสมรรถนะสูงและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์
ในด้านสมรรถนะ MINI Cooper SE รุ่นใหม่ มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 218 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้ในเวลาเพียง 6.7 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วและตอบสนองได้ทันใจในทุกการขับขี่ ด้านแบตเตอรี่มีการอัปเกรดเป็นขนาด 54.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 402 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกสบายและไร้กังวลมากยิ่งขึ้น
การเปิดตัว MINI Countryman และ MINI Aceman: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
นอกจาก MINI Cooper SE แล้ว การเปิดตัวครั้งนี้ยังรวมถึง MINI Countryman รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค ด้าน MINI Countryman SE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมราคาจำหน่าย 3.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Crossover ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ส่วน MINI John Cooper Works Countryman มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ราคา 3.99 ล้านบาท มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจตามแบบฉบับ John Cooper Works อันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเปิดตัว MINI Aceman SE รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ Crossover 5 ที่นั่ง ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของ MINI ในประเทศไทย การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรุ่นนี้จะเกิดขึ้นในภายหลัง แต่ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการขยายตัวของแบรนด์ MINI ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ที่พร้อมจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า
วิสัยทัศน์การออกแบบของ MINI เจนเนอเรชั่นใหม่
ซบาสเตียน โครส์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบภายในของ MINI จาก BMW Group ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบของ MINI เจนเนอเรชั่นใหม่ ว่า การปรับโฉมในครั้งนี้ทำให้ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบใหม่ แต่ยังคงรักษาแนวคิดหลักที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธงยูเนียนแจ็คในด้านหลังของตัวรถ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ MINI การออกแบบใหม่นี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมักจะต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับแบตเตอรี่ แต่สุดท้ายเราก็สามารถควบคุมขนาดให้มีความกะทัดรัดตามแบบฉบับ MINI พร้อมทั้งเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
ด้าน เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ BMW Group ประเทศไทย ได้เสริมว่า การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ MINI มีรถยนต์ให้เลือกที่หลากหลายมากขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันผ่านราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การมีโรงงานผลิตในประเทศจีนยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้มากขึ้น ในปัจจุบัน กลุ่ม BMW มีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงงานในประเทศจีน เช่น MINI Cooper SE รุ่น 2024 และ iX3 ซึ่งช่วยลดต้นทุนและทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในราคาที่แข่งขันได้ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียมในประเทศไทย
MOTOR EXPO 2024: มหกรรมยานยนต์แห่งนวัตกรรม
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ MOTOR EXPO 2024 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยว่า ปีนี้มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานถึง 42 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ และค่ายรถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ พร้อมด้วยรถต้นแบบและการเปิดตัวรถรุ่นใหม่มากมาย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดตั้งแต่จัดงานมา
ภายในงาน มีค่ายรถยนต์ใหม่จากจีนเข้าร่วมถึง 8 แบรนด์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น คาดการณ์ว่าแนวโน้มยอดจองและผู้เข้าร่วมงานจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มียอดจองประมาณ 53,000-54,000 คัน และผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1.5 ล้านคน เงินสะพัดในงานมากกว่า 72,000 ล้านบาท แม้ว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมจะมีการหดตัวไป 25% ในช่วงครึ่งปีแรก แต่ผู้ประกอบการก็ได้แข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง และคาดว่างานนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยปิดยอดขายปลายปี 2024 ได้
สำหรับค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมงานทั้ง 42 แบรนด์ ประกอบด้วย AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, BYD COMMERCIAL, DEEPAL, DENZA, FORD, FOTON, GEELY, GREAT WALL MOTOR, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, JUNEYAO, KIA, KING LONG, LEAPMOTOR, LEXUS, LOTUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, OMODA & JAECOO, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, RIDDARA, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR รวมถึงชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED
ในส่วนของรถจักรยานยนต์ มีแบรนด์เข้าร่วมถึง 22 แบรนด์ ได้แก่ AJ EV, ALPHA VOLANTIS, BMW MOTORRAD, DECO, EM MOTOR, FELO, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, KAWASAKI, LAMBRETTA, NIU, RAPID, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SOLAR, STROM, SUZUKI, TRIUMPH, YAMAHA, ZEEHO และ ZONTES นอกจากนี้ยังมีรถมือสอง 5 แบรนด์ ได้แก่ ASTON MARTIN TIMELESS, BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, ROLLS-ROYCE PROVENANCE และ VOLVO SELEKT
กิจกรรมและโปรโมชั่นภายในงาน MOTOR EXPO 2024
งาน MOTOR EXPO 2024 ได้จัดกิจกรรมคืนกำไรให้กับผู้ชมมากมาย อาทิ “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ THE KIA EV5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท, “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS