
เมอร์เซเดส-มายบัค: สุดยอดนิยามแห่งความหรูหราและความเป็นเลิศบนท้องถนนไทย
ในยุคที่ความหรูหราและความประณีตเป็นมากกว่าแค่การเดินทาง แต่คือการแสดงออกถึงตัวตนและสถานะ การก้าวเข้ามาของ เมอร์เซเดส-มายบัค ในตลาดประเทศไทย ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของยนตรกรรมหรูไปอีกขั้น ด้วยการผสานสุดยอดวิศวกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้ากับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สไตล์ของ เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 ที่ได้เผยโฉมสู่สาธารณชน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” อย่างแท้จริง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถหรูมาอย่างต่อเนื่อง แต่ เมอร์เซเดส-มายบัค นั้น เป็นมากกว่าวิวัฒนาการ มันคือการสร้างสรรค์นิยามใหม่ของความหรูหรา สำหรับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย ซึ่งมีความต้องการที่ซับซ้อนและมีความคาดหวังสูง เมอร์เซเดส-มายบัค ไม่ได้เพียงตอบโจทย์เหล่านั้น แต่ยังก้าวข้ามไปอีกระดับ
หัวใจของความยิ่งใหญ่: การออกแบบที่เหนือระดับและพื้นที่ส่วนตัวที่ไร้ขีดจำกัด
สิ่งที่ทำให้ เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 โดดเด่นเหนือใคร เริ่มต้นจากการออกแบบภายนอกที่ยังคงความสง่างามแบบฉบับ S-Class อันเป็นเอกลักษณ์ แต่เพิ่มเติมด้วยรายละเอียดที่สื่อถึงความพิเศษ การออกแบบด้านหน้ายังคงความโอ่อ่าด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ พร้อมโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์อันทรงเกียรติ และเส้นสายโครเมียมที่เสริมความหรูหรา แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือมิติของตัวถังที่ยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเพิ่มความยาวของตัวถังถึงประมาณ 5,453 มม. และระยะฐานล้อที่กว้างขึ้นถึง 3,365 มม. (เมื่อเทียบกับ S-Class รุ่นปกติ) ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่คือการมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ เมอร์เซเดส-มายบัค ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบ ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่ปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ด้วยการออกแบบที่เน้นความเป็นสุดยอดแห่งความเงียบในโลกยานยนต์ การตกแต่งภายในนั้นสะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกอณู เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง พร้อมการตัดเย็บลาย Diamond Design อันเป็นเอกลักษณ์ คอนโซลหน้าและแผงประตูที่หุ้มด้วยหนัง Nappa เช่นกัน รวมถึงวัสดุ DINAMICA microfibre ที่ใช้ในส่วนของผ้าหลังคาและแผงบังแดด สร้างบรรยากาศที่หรูหราและนุ่มนวล
นาฬิกาอนาล็อกที่มาพร้อมดีไซน์จาก IWC แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อประสบการณ์โดยรวม ระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและระบบนำทาง พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เครื่องเล่น DVD Changer ระบบสั่งการด้วยเสียง LINGUATRONIC (ภาษาอังกฤษ) และระบบเครื่องเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อมอบความบันเทิงและความสะดวกสบายสูงสุด
เบาะหลัง: สวรรค์แห่งการพักผ่อนและผลิตภาพ
สำหรับ เมอร์เซเดส-มายบัค นั้น ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ที่นั่งคนขับ แต่คือเบาะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้โดยสารตอนหลัง คือหัวใจหลักที่ทำให้ เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 แตกต่างจากรถยนต์หรูอื่นๆ
เบาะนั่งคู่หน้าและหลังถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมฟังก์ชันอุ่นเบาะและระบายอากาศที่สามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำพิเศษ หากคุณเลือกที่จะนั่งเป็นผู้โดยสารตอนหน้า เบาะสามารถปรับเลื่อนไปข้างหน้าได้มากกว่าปกติถึง 4 เซนติเมตร และยกสูงขึ้นอีก 3.7 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้แก่ผู้โดยสารเบาะหลัง
แต่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง นี่คือประสบการณ์ที่แท้จริง เบาะนั่งแบบ Multi-contour ที่มาพร้อมระบบ First Class Seats ทำให้รู้สึกราวกับกำลังโดยสารเครื่องบินส่วนตัว โต๊ะทำงานแบบพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานระหว่างการเดินทาง ฟังก์ชันนวด ENERGIZING ที่เลียนแบบการนวดด้วยหินร้อน พร้อมโปรแกรมให้เลือกถึง 6 รูปแบบ คือสิ่งที่ยกระดับความสบายไปอีกขั้น รองขาปรับระดับได้อิสระ ตู้เย็นขนาดเล็กเพื่อความสดชื่น ม่านบังแดดไฟฟ้าทั้งประตูหลังและกระจกหลัง ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารด้วยระบบ THERMOTRONIC ทั้งด้านหน้าและหลัง และที่ขาดไม่ได้คือ Ambient Lighting ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ถึง 7 สี และระดับความเข้มได้ถึง 5 ระดับ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง
ระบบน้ำหอม AIR-BALANCE: สัมผัสแห่งความหอมสดชื่นที่ปรับแต่งได้เอง
หนึ่งในนวัตกรรมที่เพิ่มความพิเศษให้กับ เมอร์เซเดส-มายบัค คือระบบ Active Perfuming System ที่มาพร้อมกับ AIR-BALANCE Package ระบบนี้ช่วยสร้างกลิ่นหอมที่ปรับระดับความเข้มได้ตามต้องการ ด้วยน้ำหอมคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มความสดชื่นและรื่นรมย์ในการเดินทาง มีกลิ่นให้เลือกถึง 4 กลิ่นหลัก ได้แก่ FREESIDE MOOD, NIGHTLIFE MOOD, DOWNTOWN MOOD, SPORTS MOOD และพิเศษสุดสำหรับ เมอร์เซเดส-มายบัค คือกลิ่น AGARWOOD ซึ่งเป็นกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: เกราะป้องกันชั้นเลิศบนทุกเส้นทาง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เคยประนีประนอมในเรื่องความปลอดภัย และ เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 ก็เช่นกัน ระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ระบบ PRE-SAFE® และ PRE-SAFE® Impulse System ทำงานล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อันตราย ระบบ PRE-SAFE® Rear System พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบถุงลม และหัวล็อคเข็มขัดนิรภัยเรืองแสง ช่วยลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย ครอบคลุมทุกตำแหน่ง
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ฟังก์ชันช่วยการทรงตัวขณะเร่งแซงทางโค้ง Curve Dynamic Assist, ระบบรักษาสมดุลเมื่อมีลมปะทะด้านข้าง Crosswind Assist, ระบบช่วยเบรก BAS, ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน Adaptive Brake Lights, ระบบเบรก ABS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR, สัญญาณป้องกันการโจรกรรม, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า ATTENTION ASSIST, ระบบช่วงล่างแบบถุงลม AIRMATIC, ระบบ Cruise Control และ SPEEDTRONIC, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง, ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist, ระบบฉีดน้ำกระจกบังลมหน้า MAGIC VISION CONTROL, ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน Night View Assist, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus, ระบบช่วงล่าง MAGIC BODY CONTROL และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด
ขุมพลังที่ทรงประสิทธิภาพ: ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย
ภายใต้ความหรูหรา สง่างาม เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 ซ่อนสมรรถนะที่เร้าใจไว้ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4,663 ซีซี ที่จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบพละกำลังสูงสุด 455 แรงม้า ที่ 5,250-5,550 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร ที่ 1,800-3,500 รอบ/นาที ส่งผลให้การอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 5.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม.
ราคา: การลงทุนในความเหนือระดับ
เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้วในราคา 16,900,000 บาท ถือเป็นการลงทุนในสมรรถนะ ความหรูหรา และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ความสำเร็จที่ไม่หยุดนิ่ง: กลยุทธ์การตลาดและบริการของ ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์
นอกเหนือจากยนตรกรรมที่น่าทึ่งแล้ว เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยยังมาจากความแข็งแกร่งของตัวแทนจำหน่าย ล่าสุด คุณเสกสรร ตั้งสัจจธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำกัด ได้เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจในการได้รับรางวัล CSI “ผู้จำหน่ายดีเด่น ด้านการสร้างความพึงพอใจสูงสุดต่อประสบการณ์การซื้อ ประจำปี 2560” ทั้งที่สาขาบ้านโป่ง (รางวัลชนะเลิศ) และสาขาหัวหิน (รางวัลรองชนะเลิศ) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการทุ่มเทในการบริการลูกค้าอย่างแท้จริง
ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้มีการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้า ทั้งในส่วนของการขาย การรับรถ และบริการหลังการขาย การขยายพื้นที่รับรองลูกค้า การปรับปรุงห้องส่งมอบรถ และการโชว์รูมที่ทันสมัย ล้วนสะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้แก่ลูกค้า
สำหรับเป้าหมายยอดขายในปี 2018 ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 250 คันสำหรับสาขาบ้านโป่ง และอีก 120-150 คันสำหรับสาขาหัวหิน ซึ่งเป็นการเติบโตที่น่าจับตามอง โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ประมาณ 20% ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่มาจากการผสมผสานระหว่างการบริการที่จริงใจ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการสร้างความไว้วางใจให้แก่ลูกค้า
การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและพลังงานทางเลือก
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ควบคู่ไปกับการปรับปรุงโชว์รูมให้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น
ที่สำคัญคือการเตรียมพร้อมรับมือกับยุคของรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด โดยการติดตั้ง WALLBOX สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ไว้ที่โชว์รูมทั้งสองสาขา โดยไม่คิดค่าบริการในช่วงระหว่างรอชาร์จ ลูกค้าสามารถใช้บริการห้องรับรองสุดพิเศษได้ การลงทุนในจุดชาร์จไฟฟ้า แสดงถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
การเพิ่มจำนวนพนักงานจากกว่า 20 คน เป็นกว่า 50 คน และการส่งพนักงานไปอบรมเพิ่มเติมตามหลักสูตรของ MBTH โดยเฉพาะช่างเทคนิค เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แสดงให้เห็นถึงการลงทุนในทรัพยากรบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง
รุ่นรถขายดีและก้าวสู่ Mercedes-AMG
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงที่ ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือรถยนต์กลุ่ม EV และ SUV โดยเฉพาะรุ่น C-Class, E-Class, S-Class และกลุ่ม SUV ที่ขายดีอย่างต่อเนื่อง
อีกก้าวสำคัญคือการที่ ที เอส ที เมอร์เซเดส-เบนซ์ สาขาบ้านโป่ง กำลังอยู่ในขั้นตอนการขอเป็นตัวแทนจำหน่าย Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ หากผ่านการตรวจสอบความพร้อม คาดว่าจะสามารถยกระดับมาตรฐานของบริษัทฯ ไปอีกขั้น โดยจะมีการจัดตั้งทีมที่ปรึกษาการขายและทีมช่างเทคนิคเฉพาะสำหรับ Mercedes-AMG โดยเฉพาะ
S-Class: มรดกแห่งนวัตกรรมและความเป็นเลิศ
เมื่อกล่าวถึง เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class มันคือสัญลักษณ์แห่งสุดยอดนวัตกรรมและความหรูหราของค่ายดาวสามแฉก การนับรุ่นของ S-Class เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 1972 ด้วยรหัส W116 และปัจจุบันเจเนอเรชันปัจจุบัน W222 ถือเป็นลำดับที่ 6 ในตระกูลสูงสุดนี้ S-Class ได้รับการยกย่องเสมอมาว่าเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยจะเป็นรุ่นแรกที่ได้นำเทคโนโลยีและฟังก์ชันใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาใช้
รุ่นปรับโฉม หรือ Minor Change ในปี 2018 ที่เปิดตัวในประเทศไทย ได้กลับมาทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
S 350 d: การยกระดับขีดจำกัดของความปลอดภัยและสมรรถนะ
สำหรับรุ่นปรับโฉมในประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง เทอร์โบคู่ พร้อมระบบวาล์วแปรผันเป็นครั้งแรก ตัวเสื้อสูบทำจากอลูมิเนียม พร้อมเทคโนโลยี Nanoslide พิกัดความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. เครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงให้ประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย
S 350 d เป็นรุ่นแรกที่นำระบบช่วยเหลือการขับขี่มาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ด้วยระบบช่วยเบรก, ระบบรักษาสมดุลเมื่อมีลมปะทะด้านข้าง, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า และระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE®
การเปลี่ยนแปลงภายนอกที่ชัดเจนคือชุดกระจังหน้า กันชนหน้า และไฟหน้าแบบ Multibeam LED พร้อมเส้นไฟ 3 เส้นที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนไฟท้ายยังคงรูปทรงเดิม แต่มีการปรับดีไซน์ดวงไฟใหม่ให้มีความสดใสและชัดเจนมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก
ภายในห้องโดยสาร S-Class ได้นำระบบ Energizing Comfort Control มาใช้เป็นครั้งแรกของโลก เป็นการผสานระบบปรับอากาศ เครื่องเสียง และแสงไฟภายใน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการขับขี่ เบาะนั่งคู่หน้าและหลังหุ้มหนัง Exclusive Nappa พร้อมฟังก์ชันอุ่นและระบายอากาศ เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับเลื่อนเพิ่มพื้นที่ให้กับเบาะหลังได้อีก
ทีมวิศวกรระบุว่า มีการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนมากกว่า 6,500 ชิ้นในรุ่นปรับปรุงใหม่นี้
ประสบการณ์การขับขี่: ความสบายที่ไม่มีวันสิ้นสุด
สำหรับ S-Class การขับขี่นั้นเกินกว่าจะบรรยายได้ว่าเป็นรถที่ดีที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประสบการณ์แรกที่ได้นั่งหลังพวงมาลัย คือความหรูหราเหนือระดับ แสง สี กลิ่น และฟังก์ชันต่างๆ มากมาย ให้ความรู้สึกคุ้มค่ากับราคา
พวงมาลัยออกแบบมาให้จับถนัดมือ น้ำหนักเบา ขับขี่ได้อย่างง่ายดาย ทัศนวิสัยรอบคันชัดเจน แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่ แต่ไม่รู้สึกเทอะทะในการขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ดีที่สุดของ S-Class คือการได้นั่งด้านหลังซ้ายมือ ซึ่งทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจผู้โดยสารตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเบาะที่ปรับเอนได้ ที่รองขาปรับระดับได้พร้อมที่รองเท้า
ความนุ่มนวลของการขับขี่นั้น ต้องยกความดีความชอบให้กับระบบช่วงล่างแบบถุงลม (AIRMATIC) ที่มอบทั้งความนุ่มนวลและสามารถปรับระดับได้ แม้ว่าการซ่อมบำรุงอาจมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับ
ในการทดลองขับขี่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด อัตราเร่งดี ไม่มีอืดอาด เครื่องยนต์ดีเซลให้กำลังที่เหมาะสมกับการเร่งแซงอย่างสบายๆ แม้จะเป็นรถขนาดใหญ่ อัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กม./ลิตร กับระยะทาง 290 กม. ถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นระหว่างการทดสอบ คือระบบความปลอดภัยของรถทำงานหนักเกินไป เมื่อมีรถจักรยานยนต์ตัดหน้า รถ S-Class เกิดการเบรกอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจเป็นผลจากการทำงานของระบบเสริมความปลอดภัยบางอย่าง เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในระดับสากลเกี่ยวกับ “ความรับผิด” ในกรณีที่รถยนต์ทำงานอัตโนมัติ ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมประกันภัยทั่วโลก
สรุป: S-Class เหมาะกับใคร?
S-Class คือที่สุดของความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีสำหรับผู้ที่เป็น “สาวกแห่งดวงดาว” หรือผู้ที่เคยสัมผัส S-Class ในรุ่นก่อนหน้า จะพบว่าบุคลิกการขับขี่ยังคงเดิม แต่ได้เพิ่มเติมระบบอำนวยความสะดวกและความสบายให้แก่ผู้โดยสารตอนหลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ สถานะ และความประณีตเหนือระดับ เมอร์เซเดส-มายบัค S 500 หรือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแล้วหรือยัง?
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด อย่ารอช้า! เชิญเยี่ยมชมโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ ใกล้บ้านคุณ เพื่อสัมผัสประสบการณ์อันน่าทึ่งของ เมอร์เซเดส-มายบัค และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ด้วยตัวคุณเอง หรือติดต่อเพื่อทดลองขับ และให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราแนะนำรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ.