
Mercedes-Maybach S600: สัญลักษณ์แห่งสุดยอดยนตรกรรมหรู คัมแบ็กสู่วงการซูเปอร์ลักชัวรี
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับสูง การกลับมาของชื่อเสียงอันเป็นตำนานย่อมสร้างความตื่นเต้นเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความประณีตอย่าง Mercedes-Benz ล่าสุด ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมนีได้จุดประกายความสนใจอีกครั้ง ด้วยการเผยภาพทีเซอร์แรกของ Mercedes-Maybach S600 ยนตรกรรมที่สะท้อนถึงการฟื้นคืนชีพของแบรนด์ Maybach ในฐานะขีดสุดแห่งความหรูหราและสมรรถนะ การปรากฏตัวของ Mercedes-Maybach S600 นี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศก้องถึงการกลับมาของยุคทองแห่งรถยนต์ซูเปอร์ลักชัวรี ที่จะมาท้าชนกับเหล่าผู้ท้าชิงจากแบรนด์หรูระดับโลก
วิวัฒนาการจาก S-Class สู่ Maybach S600: นิยามใหม่ของความพิเศษ
Mercedes-Maybach S600 ถือเป็นการต่อยอดอันชาญฉลาดจากแพลตฟอร์ม S-Class ซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะ “ที่สุดแห่งรถยนต์” อยู่แล้ว การปรับปรุงนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่ง แต่เป็นการยกระดับทุกมิติของประสบการณ์การขับขี่และการโดยสาร การออกแบบภายนอกเผยให้เห็นถึงความสง่างามที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการขยายฐานล้อให้ยาวเป็นพิเศษ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มพื้นที่อันกว้างขวางภายในห้องโดยสารสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ประตูหลังถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อการเข้า-ออกที่สะดวกสบาย สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้โดยสารคนสำคัญ รายละเอียดการออกแบบส่วนหน้า กระจังหน้าใหม่ และการประทับตรา “Maybach” อันเป็นเอกลักษณ์ที่บั้นท้าย ล้วนบ่งบอกถึงสถานะอันโดดเด่นเหนือใคร
การเปิดตัวครั้งสำคัญ: เจาะตลาดโลกด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบคม
การเปิดตัว Mercedes-Maybach S600 จะเกิดขึ้นพร้อมกันในสองมหกรรมยานยนต์ระดับโลก คือ งานลอสแอนเจลิส ออโต้โชว์ และ กวางโจว ออโต้โชว์ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ การเลือกเจาะตลาดใหญ่สองแห่งนี้พร้อมกัน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ Mercedes-Benz ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดอเมริกาและจีน ซึ่งเป็นสองตลาดสำคัญที่มีความต้องการรถยนต์หรูและซูเปอร์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายฐานลูกค้า แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเป็นผู้นำตลาดระดับโลกอย่างแท้จริง
การแข่งขันในสมรภูมิซูเปอร์ลักชัวรี: ท้าชนแบรนด์ชั้นนำระดับโลก
Mercedes-Benz วางตำแหน่งให้ Mercedes-Maybach S600 เป็นคู่แข่งโดยตรงกับสองสุดยอดยนตรกรรมจากอังกฤษที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน นั่นคือ Rolls-Royce Ghost และ Bentley Flying Spur การปรากฏตัวของ Maybach S600 ในสมรภูมินี้ จะเพิ่มความเข้มข้นและสีสันให้กับตลาดรถยนต์ซูเปอร์ลักชัวรีอย่างแน่นอน การนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การออกแบบที่ประณีต และสมรรถนะที่เหนือกว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งที่แข็งแกร่ง การแข่งขันในระดับนี้ ไม่ใช่เพียงการวัดกันที่ราคา แต่เป็นการวัดกันที่ “คุณค่า” และ “ประสบการณ์” ที่มอบให้กับลูกค้า
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งความหรูหราขั้นสูงสุด
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในของ Mercedes-Maybach S600 ผู้โดยสารจะได้รับการโอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งความหรูหราที่เหนือกว่าทุกมิติ การออกแบบภายในเน้นการสร้างประสบการณ์ที่เปรียบเสมือนการนั่งอยู่บนที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสในเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเบาะหลังที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแบบแยกส่วน ปรับเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันการนวดที่หลากหลาย เพื่อมอบความผ่อนคลายสูงสุดในทุกการเดินทาง วัสดุที่เลือกใช้ล้วนเป็นเกรดพรีเมียมสูงสุด ผสานกับการตกแต่งที่ประณีตบรรจง ลูกค้ายังสามารถปรับแต่งรายละเอียดภายในได้อย่างอิสระ ตามความชอบและไลฟ์สไตล์ เพื่อให้รถยนต์คันนี้สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขุมพลัง V12: พลังอันไร้ขีดจำกัดเพื่อสมรรถนะที่เหนือชั้น
ในฐานะรถธงของแบรนด์ Mercedes-Maybach S600 มาพร้อมกับขุมพลังที่ทรงพลังสูงสุดตามแบบฉบับของรถธง โดยรุ่น S600 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้พละกำลังสูงถึง 530 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 830 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องและทรงพลังตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูง ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและเร้าใจในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า Maybach รุ่นใหม่นี้อาจได้รับการอัพเกรดสมรรถนะให้สูงขึ้นไปอีกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคู่แข่งในทุกด้าน
เทคโนโลยี MBUX และระบบช่วยเหลือการขับขี่: นิยามใหม่ของความสะดวกสบายและความปลอดภัย
นอกเหนือจากความหรูหราและสมรรถนะระดับสูงแล้ว Mercedes-Maybach S600 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ Mercedes-Benz ได้พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ระบบ Mercedes-Benz User Experience (MBUX) ที่ทำงานร่วมกับระบบ MBUX Interior Assistant จะช่วยให้การควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถเป็นไปอย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ การตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย ทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ที่มาพร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วในรูปแบบ Rear Tablet ยิ่งเสริมประสบการณ์ความบันเทิงและความสะดวกสบายให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ด้านความปลอดภัย Mercedes-Maybach S600 ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งรวมถึงระบบ Evasive Steering Assist ที่ช่วยควบคุมรถให้กลับเข้าเลนอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน และระบบ Active Emergency Stop Assist ที่สามารถหยุดรถได้เองในกรณีที่ผู้ขับขี่หมดสติหรือไม่สามารถควบคุมรถได้ นอกจากนี้ ระบบ Exit Warning ยังคอยแจ้งเตือนผู้โดยสารหากมีการเคลื่อนไหวใกล้ประตู ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น
Mercedes-Benz CLS: นิยามใหม่ของสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู
นอกเหนือจากการเปิดตัวรุ่น Maybach S600 แล้ว Mercedes-Benz ยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์หรูด้วยการนำเสนอ Mercedes-Benz CLS Coupe และ Mercedes-Benz CLS Shooting Brake ซึ่งได้รับการปรับปรุงดีไซน์และเทคโนโลยีให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เส้นสายอันพลิ้วไหวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถ สะท้อนถึงความสปอร์ตที่ผสมผสานกับความหรูหราได้อย่างลงตัว การออกแบบกระจังหน้าลายเพชรใหม่ และไฟหน้า Multibeam LED ที่ใช้หลอด LED จำนวน 24 หลอด สามารถปรับทิศทาง ความสูง และระยะของแสงได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดแสงรบกวนต่อผู้ร่วมทาง เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ
ภายในห้องโดยสารของ CLS ยังคงเน้นความหรูหราและสปอร์ต พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นฐานแบน หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธและอินเทอร์เน็ต (ขณะรถจอด) มาพร้อมปุ่มควบคุมบนคอนโซลกลางที่ใช้งานง่าย รุ่น Coupe ให้ความรู้สึกสปอร์ตด้วยเบาะนั่ง 4 ที่นั่ง ในขณะที่รุ่น Shooting Brake เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะ 5 ที่นั่งที่สามารถพับได้
ขุมพลังอันทรงประสิทธิภาพและความประหยัด
สำหรับขุมพลังของ Mercedes-Benz CLS ในไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์บคู่ ขนาด 2,143 ซีซี ที่ให้กำลัง 204 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ 7GTronic 7 สปีด ทั้งสองรุ่นย่อยมีการอัตราเร่งที่น่าประทับใจ โดย CLS Coupe ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที ขณะที่ CLS Shooting Brake ทำได้ 7.8 วินาที ด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ถือว่าน่าพอใจ อยู่ที่ประมาณ 15.6 กม./ลิตร สำหรับรุ่น Coupe และ 15.9 กม./ลิตร สำหรับรุ่น Shooting Brake
ความหลากหลายของทางเลือกและระบบความปลอดภัย
Mercedes-Benz CLS Class มีตัวเลือกหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกสรร ตั้งแต่รุ่น CLS 250 CDI Coupe Exclusive, CLS 250 CDI AMG Premium ไปจนถึง CLS 250 CDI Shooting Brake AMG Premium พร้อมราคาเริ่มต้นที่ 4,490,000 บาท ระบบความปลอดภัยยังคงจัดเต็มตามมาตรฐานของ Mercedes-Benz อาทิ ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง, ระบบเบรก ABS, BAS, ESP, Cruise Control, Speedtronic และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
Mercedes-Benz CLA-Class: ความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วในตลาดโลก
ความสำเร็จของ Mercedes-Benz ในตลาดโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ได้รับการตอกย้ำอีกครั้งด้วย Mercedes-Benz CLA-Class ยนตรกรรมคูเป้ 4 ประตูรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยในสัปดาห์แรกของการเปิดตัวในสหรัฐฯ สามารถทำยอดขายได้กว่า 2,300 คัน ส่งผลให้ Mercedes-Benz มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นถึง 6.4% และก้าวขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์หรูของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มยอดขายให้กับ CLA-Class เท่านั้น แต่ยังส่งผลบวกต่อยอดขายของ Mercedes-Benz E-Class ที่เพิ่มขึ้นถึง 17% ทำให้ยอดขายรวมของ Mercedes-Benz นำหน้าคู่แข่งอย่าง BMW ไปถึง 2,500 คัน
Mercedes-Benz CLA-Class ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกของแบรนด์ที่มีราคาต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐฯ ในสหรัฐฯ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 29,900 เหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมกับการตกแต่งสไตล์สปอร์ตเต็มรูปแบบ มีราคาอยู่ที่ 2.64 ล้านบาท
ภาพรวมตลาดรถหรู: การเติบโตที่ร้อนแรงและกลยุทธ์การบุกตลาด
ตลอดช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดรถหรูมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 12% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองผู้นำตลาดอย่าง Mercedes-Benz และ BMW ที่ต่างสามารถทำสถิติยอดขายใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง การแข่งขันที่เข้มข้นนี้ผลักดันให้ทั้งสองค่ายเดินหน้าส่งยนตรกรรมสุดหรูระดับราคาเกิน 10 ล้านบาท ออกมาเจาะตลาดกลุ่มมหาเศรษฐีไทยอย่างไม่หยุดยั้ง
Mercedes-Benz S-Class Maybach: อัญมณีชิ้นใหม่แห่งวงการซูเปอร์ลักชัวรี
Mercedes-Benz ประเทศไทย ประเดิมครึ่งปีหลังด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz S500 Coupe AMG ในกลุ่ม Dream Car ด้วยราคา 15,490,000 บาท แต่ไฮไลท์สำคัญที่จะสร้างความฮือฮาในตลาดไทยคือ Mercedes-Benz S-Class Maybach ที่กำลังจะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อผลักดันยอดขายต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีหลังมีแผนจะเปิดตัวรถใหม่สู่ตลาดอีก 9 รุ่นครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นรถในกลุ่ม Dream Car อย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส มายบัค (Mercedes-Benz S-Class Maybach) สู่ตลาดไทย”
แม้ชื่อ “Maybach” อาจจะฟังดูไม่คุ้นหูสำหรับบางคน แต่เมื่อเอ่ยถึง “Maybach” เดี่ยวๆ นั่นคือแบรนด์ซูเปอร์ลักชัวรีคาร์ระดับตำนานของ Mercedes-Benz ที่เคยมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนต้องยุติโครงการไปพักหนึ่ง ล่าสุด Maybach ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยการนำมาผสานรวมกับ S-Class เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดในตระกูล S-Class
S-Class Maybach: การพัฒนาที่เหนือกว่า S600
Mercedes-Maybach S-Class ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Mercedes-Benz S600 เพื่อเป็นการยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มอุปกรณ์ แต่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น S600L ที่ถูกขยายความยาวตัวถังเป็น 5,453 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อเป็น 3,365 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารอย่างมหาศาล แม้จะยังคงโลโก้ดาวสามแฉก แต่การใช้ชื่อ “Mercedes-Maybach” ชัดเจนว่าเป็นการบ่งบอกถึงความแตกต่างและความพิเศษเหนือกว่า S-Class ทั่วไป
ประสบการณ์ผู้โดยสารตอนหลัง: ความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด
ประสบการณ์ที่ Maybach S-Class มอบให้ผู้โดยสารตอนหลังนั้น คือหัวใจหลักของการออกแบบ เบาะนั่งถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยคอนโซลกลางขนาดใหญ่ และเป็นแบบ Captain Seat ที่สามารถปรับเอนได้อย่างอิสระ พร้อมการตกแต่งที่สะท้อนถึงความประณีตและความใส่ใจในทุกรายละเอียด
ขุมพลัง V12 และ V8: พลังแห่งผู้นำ
ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ Maybach S-Class มาพร้อมขุมพลัง V12 ขนาด 6,000 ซีซี ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 530 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 84.5 กก.-ม. ตั้งแต่รอบต่ำเพียง 1,900 รอบ/นาที พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5 วินาที นอกจากนี้ยังมีรุ่น S500 ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4,663 ซีซี กำลัง 455 แรงม้า แรงบิด 71.3 กก.-ม. ซึ่งจะมีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและ 4 ล้อ 4MATIC ส่งกำลังด้วยเกียร์ 9G-Tronic สำหรับรุ่น V8 ส่วนรุ่น V12 ใช้เกียร์ 7G-Tronic
ราคาที่เข้าถึงได้: การเปิดประตูสู่โลกซูเปอร์ลักชัวรี
สิ่งที่ทำให้ Mercedes-Maybach S-Class รุ่นใหม่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ การที่ราคาน่าจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า Maybach ในอดีต โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่โลกของซูเปอร์ลักชัวรีให้กว้างขึ้นสำหรับมหาเศรษฐีไทย
BMW 7-Series: คู่แข่งตลอดกาลในสมรภูมิรถซีดานหรู
ในขณะเดียวกัน ค่ายใบพัดสีฟ้า BMW ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ด้วยการเปิดตัว BMW 7-Series โฉมใหม่ (รหัสตัวถัง G) ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของ Mercedes-Benz S-Class โฉมใหม่เช่นกัน การเปิดตัวพร้อมกับการเปิดตัว S-Class Coupe ในไทย สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถซีดานหรูระดับพรีเมียม
BMW 7-Series G11: นวัตกรรมแห่งการลดน้ำหนักและเทคโนโลยีล้ำสมัย
จุดเด่นของ 7-Series ใหม่คือการใช้วัสดุผสมผสาน ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม แม็กนีเซียม พลาสติก และคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลงถึง 200 กิโลกรัม ส่งผลให้เป็นรถยนต์ระดับหรูที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในเซกเมนต์นี้ การออกแบบภายนอกผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตอย่างลงตัว ด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ และไฟหน้า Laserlight อันเป็นเอกลักษณ์
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: ความเรียบง่ายที่แฝงด้วยเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายตามสไตล์ BMW แต่แฝงไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เช่น หน้าจอแสดงผลต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับระบบ Infotainment iDrive เวอร์ชัน 5.0, ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และ Ambient Air package เป็นออปชั่นเสริม นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของโลกกับการเปิดตัว Remote Control Parking ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งการให้รถเดินหน้าหรือถอยออกจากที่จอดได้ด้วยรีโมทคอนโทรล โดยไม่ต้องอยู่ในรถ
ขุมพลังหลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
BMW 7-Series ใหม่ มาพร้อมขุมพลังที่หลากหลายสำหรับตลาดต่างๆ ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบ, เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบ และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รวมถึงทางเลือก Plug-in Hybrid ในรุ่น 740e xDrive ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถวิ่งในโหมด EV ได้ระยะทาง 37 กิโลเมตร
BMW 7-Series ใหม่ จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 81,300 เหรียญสหรัฐฯ ส่วนในประเทศไทย คาดว่าจะได้เห็นรุ่นนำเข้าภายในงาน Motor Expo 2015 โดยเฉพาะรุ่น 740e เป็นที่น่าจับตา
บทสรุป: การแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุดในตลาดรถหรู
การเคลื่อนไหวของ Mercedes-Benz และ BMW ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู ทั้งสองค่ายต่างงัดกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดออกมาประชันกันอย่างไม่ยอมใคร การแข่งขันนี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค เพราะจะได้รับยนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่จะสะท้อนถึงความสำเร็จ สถานะทางสังคม และมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ อย่าพลาดที่จะสำรวจยนตรกรรมสุดพิเศษจาก Mercedes-Benz และ BMW ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของคุณอย่างแท้จริง ค้นหา Mercedes-Benz หรือ BMW รุ่นที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการใกล้บ้านคุณ