
ระทึก! รถสปอร์ตไฟฟ้าหรู ‘ปอร์เช่ ไทคานน์’ ราคา 7 ล้าน เกิดไฟไหม้ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัด ก่อนควบคุมเพลิงไว้ได้
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ JS100 Radio ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์เพลิงไหม้รถยนต์หรูสีขาวคันหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 30 ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ในคลิปปรากฏแสงเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง พร้อมกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณดังกล่าว หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยสถานีลาดพร้าว ได้เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พบรถยนต์หรูยี่ห้อ ปอร์เช่ ไทคานน์ โดยพบว่าไฟกำลังลุกไหม้จากบริเวณด้านหลังของตัวรถ เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงเพื่อควบคุมสถานการณ์ ซึ่งใช้เวลาระยะหนึ่งจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
สำหรับรถสปอร์ตไฟฟ้าหรู ปอร์เช่ ไทคานน์ ถือเป็นรถสปอร์ตคันแรกจากปอร์เช่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ โดยมีด้วยกัน 3 รุ่นหลัก ได้แก่
ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส (Porsche Taycan 4S): ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 7,100,000 บาท
ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo): ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 9,900,000 บาท
ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S): ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 11,700,000 บาท…
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เฟอร์รารีได้ประกาศระงับการส่งมอบรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางเกือบทั้งหมด ยกเว้นรถยนต์จำนวนเล็กน้อยที่ทำการขนส่งทางอากาศ หลังจากเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวเป็นเวลานานเกือบสามสัปดาห์ ในขณะเดียวกัน สเตลลันติส ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของมาเซราติ แบรนด์รถสปอร์ตและรถ SUV สมรรถนะสูง ได้ประกาศระงับการส่งมอบรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราวเช่นกัน เนื่องจากปัญหาด้านการนำเข้าและส่งออก รวมถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัย
พัฒนาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการนำเข้าและส่งออกของผู้ผลิตรถยนต์หรู แม้ว่าปริมาณการผลิตจะไม่มากนัก ในขณะเดียวกัน แบรนด์รถยนต์หรูอื่นๆ เช่น ปอร์เช่และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าหรูที่ลดลงในตลาดจีน
สัปดาห์ที่ผ่านมา แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบนท์ลีย์ กล่าวว่า บริษัทไม่ได้ปรับลดการผลิตลงแม้ว่าความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม แม้ว่าจะมีความต้องการในตะวันออกกลางลดลงก็ตาม ในทำนองเดียวกัน เฟอร์รารี แบรนด์รถหรูในเครือโฟล์คสวาเกน ก็ได้ระงับการส่งออกไปยังตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราวเช่นกัน
“ในขณะนี้ เรายังไม่ได้รับผลกระทบในแง่ของการผลิต” วอลลิเซอร์กล่าวในการประชุมรายงานผลประกอบการประจำปี “อย่างไรก็ตาม ผู้คนในตะวันออกกลางย่อมมีเรื่องอื่นที่ต้องกังวลมากกว่าการซื้อรถเบนท์ลีย์คันใหม่”
ตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ผลิตสินค้าหรูหรามานานแล้ว บริษัท มันโซรี (Mansory) จากเยอรมนี ซึ่งรับปรับแต่งรถยนต์ระดับไฮเอนด์จากแบรนด์ต่างๆ เช่น โรลส์-รอยซ์ และ เฟอร์รารี กล่าวว่า บริษัทไม่ได้ระงับการส่งมอบสินค้าไปยังตะวันออกกลางในวงกว้าง แต่กำลังประเมินการจัดส่งแต่ละครั้งเป็นรายกรณี เนื่องจากค่าขนส่งทางอากาศเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4 เท่าเมื่อเทียบกับปกติ และตัวเลือกการขนส่งทางทะเลยังคงมีจำกัด
เฟอร์รารีได้รับประโยชน์จากความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการการส่งมอบมาอย่างยาวนาน ด้วยคำสั่งซื้อระยะยาวที่ช่วยให้บริษัทสามารถปรับการจัดสรรและเปลี่ยนเส้นทางการจัดส่งระหว่างภูมิภาคได้ตามต้องการ จากรายงานประจำปีของบริษัท ตะวันออกกลางจะคิดเป็นประมาณ 4.6% ของยอดส่งมอบทั่วโลกทั้งหมดของผู้ผลิตรถซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีรายนี้ในปี 2568 ดังนั้น ภูมิภาคนี้จึงคิดเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการผลิตโดยรวมของเฟอร์รารี
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์ดำเนินการในลักษณะเดียวกันเนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้ง ก่อนหน้านี้ หลังจากความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย บริษัทรถยนต์หลายแห่งก็ถอนตัวออกจากรัสเซียเช่นกัน ทำให้เกิดโอกาสสำหรับแบรนด์ในประเทศและแบรนด์จีน
การซื้อหรือสะสมรถยนต์หรู หากมองในแง่ “การลงทุน” (Investment) ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากโดยทั่วไปรถยนต์คือ “สินทรัพย์เสื่อมค่า” (Depreciating Asset) เกือบทุกคันที่ออกจากโชว์รูม มูลค่าจะลดลงทันที แต่คำว่า “คุ้มค่าแก่การลงทุน” ในวงการรถหรู หมายถึงอะไร และมีรถยนต์ค่ายใด รุ่นใดบ้าง ออโต้สปินน์ได้รวบรวมมาให้แล้ว
10 ยี่ห้อรถหรู รุ่นไหนควรค่าแก่การลงทุน
ก่อนจะไปถึงรถยนต์หรูของค่ายรถยนต์แต่ละบริษัทนั้น มาทำความเข้าใจถึงการลงทุนที่มีมูลค่าของตัวรถหรูกันก่อน โดยพิจารณาจากปัจจัยหลักๆ ดังข้อมูลด้านล่างนี้
รถหรูรุ่นไหน ควรลงทุนเพราะอะไร?
มี 2 องค์ประกอบ ดังนี้
ราคาตกช้า (Value Retention): เป็นรถที่ “เจ็บตัวน้อยที่สุด” เมื่อถึงเวลาขายต่อ เพราะความต้องการในตลาดสูง หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนยังตามหา
มูลค่าเพิ่ม (Appreciation): เป็นกรณีพิเศษที่เกิดขึ้นกับรถ “ของสะสม” (Collectibles) ซึ่งมักจะเป็นรุ่นพิเศษ (Special Edition), ผลิตจำนวนจำกัด (Limited Production), หรือเป็นรุ่นที่สร้างประวัติศาสตร์ (Iconic) ซึ่งอาจมีราคาสูงขึ้นในอนาคต
และนี่คือลิสต์ 10 ยี่ห้อรถหรู และรุ่นที่ “ควรค่าแก่การลงทุน” ที่สุดในแง่มุมดังกล่าว
Porsche (ปอร์เช่)
Ferrari (เฟอร์รารี่)
Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์)
Lexus (เลกซัส)
Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์)
Bentley (เบนท์ลีย์)
Lamborghini (ลัมโบร์กินี)
Audi (อาวดี้)
BMW (บีเอ็มดับเบิลยู)
Tesla (เทสลา)
เปิดลิสต์ 10 แบรนด์หรู รุ่นที่ “คุ้มค่า” แก่การลงทุน
Porsche (ปอร์เช่)
รุ่นที่ควรค่าแก่การลงทุน: Porsche 911 (โดยเฉพาะรุ่น GT3, GT3 RS, หรือรุ่นพิเศษ)
เหตุผล: 911 คือ “ราชาแห่งการรักษาคุณค่า” (King of Value Retention) ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานและดีไซน์ที่ไม่เคยตกยุค ทำให้ 911 มือสองเป็นที่ต้องการเสมอ โดยเฉพาะรุ่นขับสนุกอย่างตระกูล GT ที่ผลิตจำกัด มักจะมีราคาขายต่อ “เท่าทุน” หรือ “กำไร” ด้วยซ้ำ
Ferrari (เฟอร์รารี่)
รุ่นที่ควรค่าแก่การลงทุน: รุ่น V8 เครื่องวางกลาง (เช่น 488 Pista) หรือรุ่น Limited Series
เหตุผล: นี่คือการลงทุนแบบ “ของสะสม” เฟอร์รารี่ควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวด รุ่นพิเศษ (เช่น Pista, SF90 Stradale, หรือซีรีส์ Icona) มักถูกจองหมดก่อนเปิดตัว และมีราคาสูงขึ้นทันทีในตลาดมือสอง
Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์)
รุ่นที่ควรค่าแก่การลงทุน: G-Class (โดยเฉพาะ G 63 AMG)
เหตุผล: ในขณะที่ S-Class หรือ E-Class ราคาตกตามปกติ แต่ G-Class (หรือ G-Wagen) คือข้อยกเว้น ด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่ “อมตะ” และสถานะ “Iconic” ทำให้ G-Class เป็นที่ต้องการสูงมากในตลาด ราคาจึงแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
Lexus (เลกซัส)
รุ่นที่ควรค่าแก่การลงทุน: Lexus