
เปิดแผน Volvo Cars ปี 2025-2026: 5+5 รุ่นใหม่! เสริมทัพตลาด EV และ Hybrid สู่ความยั่งยืนในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก แบรนด์ดังระดับโลกต่างก็เร่งพัฒนากลยุทธ์เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด และ Volvo Cars ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ประกาศแผนอันท้าทายเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 5 รุ่นในปี 2025 และอีก 5 รุ่นในปี 2026 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
แม้ว่า Volvo Cars จะทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2024 ด้วยยอดส่งมอบจำนวน 763,389 คัน เพิ่มขึ้น 7.7% จากปีก่อน แต่บริษัทฯ ก็ตระหนักถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในปี 2025 โดยเฉพาะจากตลาดที่ผันผวนและปัจจัยภายนอกที่คาดเดาได้ยาก ทำให้ต้องมีการปรับแผนกลยุทธ์เพื่อให้สามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้
สำหรับปี 2025 แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ Volvo Cars ถือว่าน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเริ่มต้นด้วยการเปิดตัว Volvo EX30 Cross Country รถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสไตล์ออฟโรดในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2025 ตามมาด้วย ES90 รถซีดานขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นเรือธงในเดือนมีนาคม การเปิดตัว EX30 Cross Country ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Volvo ในการขยายไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะตลาดรถครอสโอเวอร์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่การเปิดตัว ES90 แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
นอกจากนี้ ในปี 2025 Volvo ยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ Plug-in Hybrid แบบ EREV (Extended Range Electric Vehicle) ที่จะจำหน่ายในตลาดจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน รวมถึงการปรับโฉมรถยนต์รุ่นปัจจุบันอีก 2 รุ่น โดยมีความเป็นไปได้ว่า XC60 จะเป็นหนึ่งในรุ่นที่จะได้รับการปรับโฉม ซึ่งจะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดของ Volvo
ก้าวสู่ปี 2026 แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ Volvo Cars ยิ่งน่าตื่นเต้นขึ้น เมื่อบริษัทฯ เตรียมส่ง EX60 รถ SUV ขุมพลังไฟฟ้าล้วนขนาดกลางที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ SPA3 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ แพลตฟอร์ม SPA3 จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ ทำให้ Volvo สามารถพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ Jim Rowan ประธานและ CEO ของ Volvo ได้ระบุว่า EX60 จะเป็น “Game-Changer” ในตลาดรถ SUV ไฟฟ้า ซึ่งบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของรถรุ่นนี้ที่จะมาพลิกโฉมตลาด และเปิดเผยว่ามีการพัฒนารถรุ่นใหม่อีก 2 รุ่นบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถยนต์ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของ Volvo ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
แม้ว่า Volvo Cars จะมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ EV และ PHEV แต่บริษัทฯ ก็ยังคงจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป โดยเฉพาะ XC90 ที่เพิ่งได้รับการปรับโฉมครั้งที่ 2 ในปี 2024 ที่ผ่านมา การตัดสินใจของ Volvo ในการเลื่อนแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้รถขุมพลังไฟฟ้าล้วนทั้งหมดภายในปี 2030 ออกไป แต่ปรับเป้าหมายให้รถ Plug-in Hybrid และ EV คิดเป็นสัดส่วน 90-100% ของยอดขายในเวลานั้นแทน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่ยังคงมีความหลากหลาย และต้องการตัวเลือกที่หลากหลายก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ยุค EV เต็มรูปแบบ ขุมพลัง Mild-Hybrid ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานแต่ยังคงมีความคุ้นเคยในการใช้งาน
จากข้อมูลยอดขายรถ EV ของ Volvo ในปี 2024 ที่เพิ่มขึ้นถึง 54% คิดเป็น 175,194 คัน หรือ 23% ของยอดขายทั้งหมด เมื่อรวมขุมพลัง Plug-in Hybrid ยอดขายรถเสียบปลั๊กชาร์จคิดเป็น 46% ของยอดส่งมอบทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และ Volvo Cars ก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะเป็นผู้นำในตลาดนี้ ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์หรู ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์
นอกจากแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็กำลังทวีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากแบรนด์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น BYD Seal 2025 รุ่นใหม่ที่เผยภาพภายในที่ดูเรียบหรูมากขึ้น พร้อมเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ โดยมาพร้อมดีไซน์ภายในที่ใช้โทนสีส้ม Coral Orange และมีการปรับปรุงช่องอากาศให้ดูเรียบหรูขึ้น รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดและคอนโซลกลางที่เน้นความทันสมัยและใช้งานง่าย
ในส่วนของรถยนต์ออฟโรดและรถยนต์สไตล์ผจญภัย แบรนด์ดังอย่าง TOYOTA GAZOO RACING ก็ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ด้วยการแข่งขัน Dakar Rally 2025 ที่เต็มไปด้วยการพลิกผันและเกมการแข่งขันที่เข้มข้น ซึ่ง เฮงค์ ลาเทแกน และ เบรตต์ คุมมิงส์ สังกัด TOYOTA GAZOO RACING สามารถทวงตำแหน่งผู้นำคืนได้ในสเตจที่ 10 ก่อนการชิงชัยจะสิ้นสุดลง
อีกหนึ่งแบรนด์ที่กำลังมาแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าคือ GWM ซึ่งนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ TANK 300 DIESEL ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีถึง 14 กม./ลิตร โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 999,000 บาท สำหรับรุ่น PRO 2WD และ 1,149,000 บาท สำหรับรุ่น PRO 4WD และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น Hybrid และ Plug-in Hybrid โดยรุ่น Plug-in Hybrid สามารถวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ถึง 150 กม. และมีราคาเริ่มต้นที่ 1,049,000 บาท
สำหรับผู้ที่มองหารถ MPV ที่ทันสมัยและประหยัดพลังงาน Nissan Serena e-POWER C28 Highway Star ที่เปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยราคาจำหน่ายที่ 1,690,000 บาท มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า EM57 AC3 Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ซึ่งผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร ได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล ประหยัดพลังงาน และสะดวกสบายสำหรับครอบครัว
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กก็กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ AION UT ที่มาพร้อมดีไซน์โค้งมนสะดุดตา และราคาเปิดตัวที่ 49x,xxx บาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง
ในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยสมรรถนะเหนือชั้นจากเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 พร้อมระบบ Super Electric Hybrid DHT ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 347 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 525 นิวตัน-เมตร โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันกว่า 21.28 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูง และข้อเสนอพิเศษใน