
ฅ-คนรักรถ Luxury Rally 2024 ฉลอง 24 ปี สัมผัสประสบการณ์รถหรูมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
บริษัท อมรวิชั่น (บางกอก) จำกัด ผู้ผลิตรายการ “ฅ-คนรักรถ” รายการยานยนต์ที่ครองใจผู้ชมชาวไทยมายาวนานกว่า 24 ปี ได้จัดกิจกรรมพิเศษ “Luxury Rally 2024” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 24 ปีของรายการ โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ในรูปแบบคาราวาน-แรลลี่ ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2567 ณ จังหวัดราชบุรี กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์สุดหรูจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้งรถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์ และรถยนต์พรีเมียมสำหรับครอบครัว ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและระบบไฟฟ้า รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
เส้นทางคาราวาน กรุงเทพฯ – ราชบุรี ระยะทางกว่า 450 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต้องนำรถยนต์ส่วนตัวมา แต่จะได้รับรถยนต์สำหรับเดินทางจากการจับฉลาก และมีการสลับสับเปลี่ยนรถกันตลอดเส้นทาง เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะและฟังก์ชันการขับขี่ที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น รถยนต์ที่จัดเตรียมไว้สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย Subaru BRZ, Jaecoo 6, AUDI TT, Mini Cooper SE, BMW i7 M60, Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupe, BMW iX xDrive50 และอีกหลายรุ่น รวมกว่า 18 คัน มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท
การเดินทางเริ่มต้นในเช้าวันเสาร์ ที่ Davin Cafe เลียบด่วนรามอินทรา เพื่อรับฟังข้อมูลเส้นทางและกติกาการแข่งขัน จากนั้นจึงออกเดินทางสู่จุดหมายปลายทางที่ “La Toscana” รีสอร์ทสไตล์อิตาลีในจังหวัดราชบุรี ตลอดเส้นทางมีการจัดกิจกรรมจับฉลากเพื่อสลับรถยนต์ พร้อมด้วยเกมและภารกิจสนุกๆ ตลอดเส้นทาง
กิจกรรมในช่วงค่ำเป็นไฮไลท์พิเศษ กับมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “บี พีระพัฒน์” นักร้องชื่อดัง ที่จะมาขับกล่อมบทเพลงสร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงาน ณ ลานกิจกรรม “La Toscana” จังหวัดราชบุรี
Mercedes-Benz Driving Events 2024: สัมผัสสมรรถนะเหนือชั้นบนสนามแข่งระดับโลก
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “Mercedes-Benz Driving Events 2024” เชิญลูกค้า สื่อมวลชน และพนักงาน ร่วมสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนสนามแข่งระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยในปีนี้มีการนำรถยนต์มาให้ทดสอบถึง 24 รุ่น ไฮไลท์สำคัญคือการนำรถยนต์สมรรถนะสูงในตระกูล Mercedes-AMG มาจัดแสดงและทดสอบถึง 8 รุ่น นำโดยรุ่นล่าสุดอย่าง Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-AMG GLE 53 HYBRID 4MATIC+ รวมถึงรถสปอร์ตคูเป้ CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง EQE 300 ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ขั้นสูงจากผู้ฝึกสอนระดับแชมป์โลก ตำนานมอเตอร์สปอร์ต และผู้ฝึกสอนชั้นนำของประเทศไทย ในการทดสอบและจำลองการแข่งขันจริงบนสนามช้าง
เซอร์ไพรส์พิเศษในงาน คือการเปิดตัว “ว่าที่ตำนาน” แห่งรถสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู อย่าง Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ Final Edition ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายในประเทศไทย มาเผยโฉมครั้งแรกบนสนามแข่ง คาดว่าจะได้รับการติดตั้งชุดแต่ง AMG Night Package II เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยด์ 5-twin spoke สีดำ ขนาด 20 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์สีแดงประทับโลโก้ AMG และแพ็คเกจเสริมอย่าง AMG Performance exhaust system และ AMG DYNAMIC PLUS package ที่มาพร้อมโหมด “RACE” และ Drift mode รวมถึงระบบไฟส่องสว่างใต้กระจกมองข้าง Surround lighting with projection ที่ฉายภาพโลโก้ AMG ราคาจำหน่ายคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 5,480,000 บาท
Mercedes-Benz Driving Events 2024 แบ่งการทดสอบออกเป็น 4 สถานีหลัก เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะในมิติต่างๆ ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์
สถานีที่ 1: “Motor Khana” – การทดสอบสมดุลและการควบคุม
สถานีนี้ออกแบบมาเพื่อทดสอบความสามารถในการควบคุมรถ การทรงตัว และการกะระยะของผู้ขับขี่ โดยมีสิ่งกีดขวางมากมายที่ต้องใช้ความเร็ว ความคล่องตัว และความแม่นยำในการบังคับทิศทาง ผู้ขับขี่ต้องเรียนรู้การควบคุมพวงมาลัย การกะระยะและจังหวะเบรก รวมถึงการเติมคันเร่งในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อผ่านทุกอุปสรรคไปได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย รถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic, C 220 d AMG Line, C 350 e AMG Dynamic, CLS 220 d AMG Premium, E 220 d AMG Line และ E 350 e AMG Dynamic
สถานีที่ 2: “Brake & Avoid” – การทดสอบระบบเบรกและความปลอดภัย
สถานีนี้เน้นการทดสอบประสิทธิภาพของระบบเบรกและระบบความปลอดภัยขั้นสูงของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อให้ผู้ขับขี่คุ้นเคยกับระยะเบรกและการตอบสนองของรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน การทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการทดสอบเบรกทางตรงที่ความเร็ว 80 กม./ชม. และการทดสอบเบรกแบบหักหลบสิ่งกีดขวางที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ผู้ขับขี่จะต้องตอบสนองต่อสัญญาณไฟที่ปรากฏบนเสาสถานี เพื่อทำการเบรกฉุกเฉินพร้อมหักหลบไปยังทิศทางที่กำหนดไว้ รถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Line และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic
สถานีที่ 3: “Drag Race” – การทดสอบอัตราเร่งและสมรรถนะ
สถานีนี้เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงพละกำลังอันมหาศาลของรถยนต์ในตระกูล Mercedes-AMG ด้วยการจำลองการแข่งขันทางตรงในระยะสั้น ผู้ขับขี่จะได้ทดลองเร่งความเร็วเต็มพิกัดตั้งแต่จังหวะออกตัว เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง จากนั้นต้องกะระยะเบรกเพื่อหยุดรถให้ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อคว้าชัยชนะ รถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+, Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLE 53 HYBRID 4MATIC+ และ Mercedes-AMG SL 43
สถานีที่ 4: “Cornering” – การทดสอบเทคนิคการเข้าโค้ง
สถานีนี้เน้นการพัฒนาทักษะการเข้าโค้งและสร้างความคุ้นเคยกับเส้นทางคดเคี้ยวในช่วงครึ่งหลังของสนามช้าง ซึ่งประกอบด้วยโค้งที่มีความหลากหลายและท้าทาย ผู้ขับขี่จะได้เรียนรู้วิธีการผ่านโค้งต่างๆ ให้ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด ผู้ฝึกสอนจะแนะนำเทคนิคตั้งแต่จังหวะการเบรกก่อนเข้าโค้ง การลดรัศมีของโค้ง การมองจุดตัดยอดโค้ง ไปจนถึงการหาทางออกและการเร่งความเร็วเมื่อพ้นโค้ง เทคนิคเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขับขี่ในสนามแข่งและการขับขี่บนถนนจริง รถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ EQE 300, EQS 500 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQE 350 4MATIC SUV AMG Line, EQE 350 4MATIC SUV Electric Art และ EQS 500 4MATIC AMG Premium
หลังจากผ่านการฝึกอบรมครบทั้ง 4 สถานี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ลงสนามจริงเพื่อขับขี่แบบ Full Lap ในรอบ Lead & Follow และ Racetrack Experience โดยจะมีผู้ฝึกสอนขับนำในเส้นทาง Racing Line ที่ถูกต้อง และจะแบ่งกลุ่มการขับขี่ตามสมรรถนะของรถยนต์ เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัยและสนุกสนานที่สุด
Mercedes-AMG: ประวัติศาสตร์แห่ง