
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘One Price’ ของ Mercedes-Benz และทิศทางตลาดรถยนต์หรูไทย 2026
BMW ประเทศไทย ยืนยันกลยุทธ์ราคาเดียวของ Mercedes-Benz ไม่กระทบยอดขายในปี 2026 พร้อมเผยแผนธุรกิจปี 2026 เน้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมทุกกลุ่ม วางราคาจำหน่ายคุ้มค่า ขยายเครือข่ายในจังหวัดที่ยังเข้าไม่ถึง ตอกย้ำเป้าหมายผู้นำตลาดรถยนต์หรู 5 ปีซ้อน
ปี 2023 ที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์หรูไทย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน แต่แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมก็ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ท้าทายผู้เล่นดั้งเดิมให้ปรับตัวครั้งใหญ่
ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BMW Group ประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า แม้จะมีการแข่งขันที่สูงจนต้องทำแคมเปญต่าง ๆ ออกมาสู้ แต่ BMW Group ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าธุรกิจเต็มรูปแบบ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของตลาดนี้ โดยในปี 2026 บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์และจักรยานยนต์กว่า 10 รุ่น พร้อมแคมเปญราคาพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
หนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาคือ กลยุทธ์ Retail of the Future (RotF) หรือกลยุทธ์ราคาเดียว (One Price) ที่ Mercedes-Benz ประเทศไทย ประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2024 ซึ่งกำหนดให้ดีลเลอร์ในเครือจำหน่ายรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในราคาเดียวกัน และใช้แคมเปญการตลาดชุดเดียวกัน โดยดีลเลอร์จะดึงรถยนต์จากสต็อกกลางของ Mercedes-Benz ประเทศไทย แทนการสต็อกสินค้าเอง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ให้ความเห็นว่า กลยุทธ์ One Price อาจไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะสุดท้ายดีลเลอร์ก็อาจมีการทำโปรโมชันส่วนตัวกับลูกค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ ในมุมของดีลเลอร์ต่างจังหวัด ลูกค้ามักจะเลือกเข้ามาซื้อรถในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เพราะมองว่างานบริการหลังการขายอาจจะดีกว่า ซึ่งไม่ได้ลดความเสียเปรียบระหว่างดีลเลอร์แต่อย่างใด
อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BMW Group ประเทศไทย ยืนยันว่า ในปี 2026 กลยุทธ์ One Price ของคู่แข่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ BMW โดยบริษัทจะยังคงเดินหน้าทำตลาดรถยนต์หรูที่ครอบคลุมทุกรูปแบบและมีระบบส่งกำลังที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปจนถึงรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน
BMW Group ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู ซึ่งในปี 2025 บริษัทสามารถทำยอดจดทะเบียนรวมได้ถึง 15,477 คัน เพิ่มขึ้น 3% (แบ่งเป็น BMW 14,128 คัน และ MINI 1,349 คัน) ส่งผลให้ BMW Group ประเทศไทย เป็นเบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์หรูติดต่อกันเป็นปีที่ 4
สำหรับปี 2026 แม้จะยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขยอดจดทะเบียนที่ชัดเจนได้ แต่บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูเช่นเดิม โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์และจักรยานยนต์กว่า 10 รุ่น พร้อมนำเสนอแคมเปญราคาพิเศษ เช่น การนำเสนอ 2 Series ในราคา 1.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถยนต์สมรรถนะสูงในราคาที่เข้าถึงได้
การเติบโตของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในปี 2025 โดย BMW Group ประเทศไทย มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรวม 1,604 คัน เพิ่มขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่กลุ่มรถยนต์ระดับ Luxury Class หรือรถยนต์รุ่นสูงสุดของแบรนด์ เช่น 7 Series, i7, 8 Series และ XM มียอดจดทะเบียนรวม 668 คัน เพิ่มขึ้น 46% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดระดับบน
กลยุทธ์ทางการเงิน: ตัวเร่งสำคัญสู่ยอดขายที่เติบโต
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย หน่วยธุรกิจด้านบริการทางการเงินของ BMW Group ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายของบริษัท โดยปัจจุบัน 50% ของการซื้อรถยนต์ใหม่ของแบรนด์ทำผ่านบริการทางการเงินของบริษัท
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าขยายบริการด้านประกันรถยนต์เพิ่มเติม เพื่อสร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญและข้อมูลการขับขี่จากรถยนต์ในเครือเพื่อพัฒนารูปแบบประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความพึงพอใจและรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว
การขยายเครือข่าย: เข้าถึงทุกพื้นที่บริการ
BMW Group ประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยในปี 2025 บริษัทได้ร่วมมือกับ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ขยายเครือข่ายในภาคใต้ และร่วมมือกับ เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ เพื่อลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการเปิดโชว์รูมใหม่ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
โชว์รูมต่าง ๆ ของ BMW Group ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จำหน่ายรถยนต์ แต่ยังเป็นศูนย์บริการครบวงจรที่ให้บริการทั้งการขาย การบำรุงรักษา และการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถยนต์ รวมถึงการให้บริการสินเชื่อและการทำประกันภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าแบบ One-Stop Service
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: โอกาสและความท้าทาย
อเล็กซานเดอร์ บารากา ยอมรับว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จากยอดจดทะเบียนเพียง 9,000 คันในปี 2022 เป็น 75,000 คันในปี 2023 ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาของผู้เล่นจากจีนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในตลาด Non-Premium ซึ่งไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับรถยนต์ระดับพรีเมียมของ BMW
ในทางกลับกัน สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม (Premium EV) BMW Group ยังคงเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง โดยบริษัทได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น ครอบคลุมทั้งในกลุ่ม Sedan และ SUV เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
ปัจจุบัน BMW Group ประเทศไทย ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน 7 รุ่น ประกอบด้วย MINI Cooper SE, BMW i4, i5, i7, iX2, iX3 และ iX โดยฝั่งแบรนด์ BMW มีราคาเริ่มต้นที่ 2.99 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด
World Car Awards 2026: เวทีแห่งเกียรติยศของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
World Car Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สามติดต่อกัน เป็นหนึ่งในเวทีการประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก ที่สะท้อนถึงนวัตกรรมและคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ในแต่ละปี ในปี 2026 รางวัลนี้ได้รวบรวมคณะกรรมการที่เป็นสื่อยานยนต์จากกว่า 100 คน จาก 29 ประเทศ เพื่อร่วมพิจารณาและคัดเลือกสุดยอดรถยนต์ในแต่ละประเภท
เกณฑ์การพิจารณารางวัล World Car Awards มีข้อกำหนดที่เข้มงวด โดยรถยนต์ที่ผ่านการพิจารณาจะต้องได้รับการผลิตอย่างน้อย 10,000 คัน และมีราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้ในตลาดหลักที่รถยนต์รุ่นนั้น ๆ วางจำหน่าย โดยตลาดหลักที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ จีน ยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ละตินอเมริกา และสหรัฐอเมริกา หรือต้องได้รับการจำหน่ายในอย่างน้อยสองทวีปที่แตกต่างกัน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2023 – 30 มีนาคม 2024
ในส่วนของรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณารับรางวัลในปี 2026 มีจำนวนหลากหลายรุ่น โดยในรอบแรกมีรถยนต์ผ่านเกณฑ์กว่า 38 รุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
World Car of the Year 2026: รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี
สำหรับ