
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย ด้วยยอดจดทะเบียนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกของปี 2567 แม้เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 30 พฤษภาคม 2567 – บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งและยืนหยัดในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย ด้วยการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2567 ที่น่าประทับใจ โดยสามารถสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ด้วยยอดจดทะเบียนในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่สูงที่สุดในตลาดถึง 3,561 คัน ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงท้าทายเป็นอย่างมาก
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่จะส่งมอบยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และความหรูหราให้กับผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านความเป็นเลิศทางวิศวกรรมและการออกแบบ
ผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาสแรกของปี 2567
ในไตรมาสที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในอนาคต:
รถยนต์ไฟฟ้า BMW ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว (BEV): มียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 108% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ด้วยจำนวน 487 คัน จากการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลายครอบคลุมทุกセกเมนต์ ได้แก่ BMW iX2, BMW iX3, BMW iX, BMW i4, BMW i5 และ BMW i7
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BMW และ Mini: มียอดจดทะเบียนรวมกันเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 74% ด้วยจำนวน 548 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทย
ภาพรวมยอดจำหน่ายระดับโลกและการเติบโตที่แข็งแกร่ง
ความสำเร็จในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในระดับโลก:
ยอดส่งมอบยานยนต์รวม: ในไตรมาสแรกของปี 2567 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ส่งมอบยานยนต์ให้กับลูกค้าทั่วโลกจำนวน 594,671 คัน เติบโตขึ้น 1.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
แบรนด์ BMW: มียอดจำหน่ายรวมที่ 531,039 คัน เพิ่มขึ้นถึง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า
แบรนด์ Mini: มียอดขายทั่วโลกที่ 62,107 คัน
BMW Motorrad: สร้างความสำเร็จด้วยยอดขายเดือนมีนาคมที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้มียอดส่งมอบมอเตอร์ไซค์และสกูตเตอร์ในไตรมาสแรก รวมอยู่ที่ 46,434 คัน
ความสำเร็จของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงเป็นผู้นำในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก:
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยู: รายงานผลการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยจำนวนรถยนต์ที่ส่งมอบให้กับลูกค้าทั่วโลก 78,691 คัน เพิ่มขึ้น 40.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ BMW i4, BMW iX3, BMW iX1, BMW iX และ BMW i7
กลุ่มพรีเมียมไฮเอนด์: มียอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 21.6% เมื่อเทียบปีต่อปี แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ระดับหรูที่เพิ่มสูงขึ้น
มุมมองจากผู้บริหาร
มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวถึงผลประกอบการและความสำเร็จครั้งนี้ว่า:
“แม้ว่ายอดจดทะเบียนโดยรวมของตลาดยานยนต์ในไทยจะยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเซกเมนต์พรีเมียมที่มียอดจดทะเบียนโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งของแบรนด์ BMW ไว้ได้ด้วยยอดจดทะเบียน 3,561 คัน และ Mini 407 คัน”
“ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของทีมงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย รวมถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่ให้การสนับสนุนแบรนด์ของเรามาโดยตลอด และที่สำคัญที่สุด คือผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมของเรา ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และความหรูหรา”
กลยุทธ์และวิสัยทัศน์สำหรับอนาคต
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีแผนที่จะเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในตลาดไทย รวมถึงการขยายเครือข่ายการให้บริการ และการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน:
การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์: จะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
การพัฒนาระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้า: บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้กับลูกค้า
การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: การสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า ทั้งในด้านการขาย การบริการ และการดูแลหลังการขาย ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
บทสรุป
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย ด้วยผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมในไตรมาสแรกของปี 2567 ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และความไว้วางใจจากลูกค้าที่ให้การสนับสนุนแบรนด์มาโดยตลอด ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า และสานต่อความสำเร็จนี้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย
เบนซ์ไพรม์มัส ยกระดับประสบการณ์สุด Luxury นำทัพรถใหม่ / Certified Used Car อวดโฉมเต็มพิกัด รับมอเตอร์โชว์ “แคมเปญดี ราคาเดียว” เสริมความ Exclusive กับกิจกรรม Test Drive รถไฟฟ้าตัวแรง “Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+” เฉพาะในงาน Primus Auto Show 2024 ที่โชว์รูม “เบนซ์ไพรม์มัส” เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เริ่ม 16 มี.ค. – 7 เม.ย. ศกนี้
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 30 พฤษภาคม 2567 – เบนซ์ไพรม์มัส ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านบริการและประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าในกลุ่มรถยนต์หรู ด้วยการประกาศจัดงาน “Primus Auto Show 2024” ณ โชว์รูม “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567 โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบาย “Retail of the Future” ของบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” ที่มุ่งเน้นการสร้างความเท่าเทียมด้านราคา การเข้าถึงรถยนต์ที่ง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการมอบประสบการณ์แบบลักชัวรี่