
การเร่งเครื่องตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วงกลางปี 2026: จากกระแสรถหรูสู่การพลิกโฉมของตลาด EV
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางปี 2026 ที่เราได้เห็นการปรับตัวและกลยุทธ์ที่หลากหลายจากผู้จำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ อีตั้น กรุ๊ป (ETON Group) หนึ่งในผู้นำด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร ได้ประกาศแผนกระตุ้นยอดขายในช่วงกลางปี ด้วยการจัดแสดงขบวนรถหรู ทั้งรถใหม่และรถมือสองคุณภาพพรีเมียม ภายในงาน Bangkok Imported Car & Used Car Show 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 กรกฎาคม 2567 ณ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 11-12 อิมแพค เมืองทองธานี การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์นำเข้าและเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น
นายพีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ ETON Group ได้ให้ข้อมูลว่า ภายในงาน อีตั้น กรุ๊ป ได้นำเสนอรถยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษด้วยชุดแต่ง BLACK PEARL เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสปอร์ต ความเท่ และความสง่างามให้กับตัวรถอย่างชัดเจน ชุดแต่งนี้เน้นการออกแบบที่สวยงามของเส้นสาย มิติ และมุมเว้าโค้ง เพื่อแสดงถึงความดุดัน แข็งแกร่ง และเด็ดเดี่ยว พร้อมทั้งเสริมความเรียบหรูที่ลงตัว ที่สำคัญคือชุดแต่งนี้เป็นแบบ User Friendly ด้วยแนวคิดที่ว่าสเกิร์ตไม่เตี้ยติดพื้น ทำให้สะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ อีตั้น กรุ๊ป เป็นผู้ได้รับมอบสิทธิ์จากสำนักแต่งชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น “BLACK PEARL” ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย การนำเสนอชุดแต่งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทรนด์ล่าสุดให้กับตลาดไทย
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจภายในงานประกอบด้วย Toyota ALPHARD 40 BLACK PEARL Edition ซึ่งเป็นรถยนต์ครอบครัวและรถผู้บริหารที่ได้รับการตกแต่งภายในแบบ Luxury หรูหราแบบ VIP พร้อมด้วยชุดแต่งที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตแบบขั้นสุด ดีไซน์ของชุดแต่งนี้เป็นการเปลี่ยนกันชนหน้าทั้งชิ้น ประกบด้วยสเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลังที่ผสานกันอย่างสวยงาม พร้อมการตกแต่งด้วยโครเมียมรอบคันที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งและดุดันตามสไตล์ BLACK PEARL นอกจากนี้ยังมี Toyota Vellfire 40 BLACK PEARL Edition ซึ่งเป็นคู่แฝดของ Alphard ที่มีความหรูหราผสมผสานกับความแข็งแกร่ง ด้วยกระจังหน้าที่ให้ความสปอร์ตดุดันคล้ายหุ่นยนต์ รูปลักษณ์ภายนอกดูเท่และทรงพลัง แต่ภายในยังคงความสะดวกสบายและครอบคลุมทุกการใช้งาน
ในส่วนของรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน Honda STEP WAGON BLACK PEARL Edition โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องแบบมินิมอลที่ดูสุดล้ำ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง ประตูฝาท้ายสามารถเปิด-ปิดได้ด้วยสมาร์ทคีย์ หรือสวิตช์ตรงประตูท้าย ระบบเปิด-ปิดประตูข้างแบบ one touch ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ปลอดภัย Honda Sensing เวอร์ชั่นล่าสุดติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เสริมลุคความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง BLACK PEARL ที่ประกอบด้วยสเกิร์ตรอบคัน ทำให้รถดูโฉบเฉี่ยวและเต็มขึ้น
ในกลุ่มรถยนต์ MPV ขนาดใหญ่ Nissan SERENA Elgrand ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามอง ด้วยการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน การจัดแสดงรถยนต์เหล่านี้ในงานแสดงรถยนต์ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสและทดลองใช้งานจริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์กลุ่มนี้
นอกจากการนำเสนอรถยนต์ใหม่แล้ว อีตั้น กรุ๊ป ยังได้จัดแคมเปญ “ETON MIDYEAR SALE” ซึ่งเป็นการลดราคาท้าฝนสำหรับรถยนต์ MPV โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท พร้อมรับรถได้ทันทีภายใต้เงื่อนไขพิเศษต้อนรับหน้าฝน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอสำหรับนิติบุคคลที่สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 3,000,000 บาท แคมเปญนี้มีระยะเวลาถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระตุ้นตลาดในช่วงกลางปี โดยมีข้อเสนอที่น่าสนใจหลากหลาย เช่น Toyota Vellfire 40 ออฟชั่นครบ พร้อมส่ง ฟรี! ชุดแต่ง BLACK PEARL, Toyota Alphard 40 ดาวน์ 0 บาท ฟรี! ชุดแต่ง BLACK PEARL รอบคัน, Nissan SERENA ตัวท็อป ออฟชั่นล้น ราคาเริ่ม 1.99 ล้านบาท, Honda Step WAGON ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนเบาๆ ฟรี! ชุดแต่ง BLACK PEARL, Toyota Voxy ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนเบาๆ ฟรี! ชุดแต่ง BLACK PEARL, และ Toyota Noah ของแถมจัดเต็มกว่า 1 แสนบาท จำนวนจำกัด ราคาเริ่มเพียง 1.99 ล้านบาท
นอกจากรถยนต์ใหม่แล้ว กลุ่มรถยนต์มือสองภายใต้แบรนด์ ETON Choice ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน รถทุกคันผ่านการตรวจสอบจากทีมช่างผู้ชำนาญการ และมาพร้อมโปรโมชั่น ฟรีดาวน์ ออกรถ 0 บาท พร้อมวารันตี 7 วัน ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อรถยนต์มือสอง ตัวอย่างรถยนต์ที่มีราคาพิเศษในกลุ่มนี้ ได้แก่ Toyota Estima Hybrid ราคาพิเศษ 585,000 บาท, Nissan Serana ราคาพิเศษ 875,000 บาท, Benz E350 ราคาพิเศษ 879,000 บาท, และ Benz GLC 250D ราคาพิเศษ 1,880,000 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ อีตั้น กรุ๊ป นำเสนอในตลาด
การจัดงานแสดงรถยนต์ในช่วงกลางปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่สูงในตลาดรถยนต์ไทย ซึ่งได้รับแรงผลักดันอย่างมากจากการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของตลาด EV ในประเทศไทย จากข้อมูลภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 หรือ มอเตอร์โชว์ 2024 (Motor Show 2024) ที่มียอดจองรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนกว่า 17,517 คัน คิดเป็น 32.78% ของยอดจองรวมภายในงาน สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมของผู้บริโภคต่อแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและจำนวนรุ่นรถที่เพิ่มขึ้น โดยทุกๆ 3 คันที่จองในงาน จะมีรถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน
อย่างไรก็ตาม นายกฤษฎาได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในการเก็บข้อมูลยอดจองระหว่างบริษัทผู้ผลิตบางรายเก็บข้อมูลยอดจองจากทั่วประเทศ เนื่องจากใช้แคมเปญเดียวกันกับงานมอเตอร์โชว์ ในขณะที่บางรายเก็บเฉพาะยอดจองภายในงานเพื่อประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนเข้าร่วมงาน ดังนั้น ตัวเลขจดทะเบียนของเดือนเมษายน จึงเป็นตัวสะท้อนผลสำเร็จของยอดจองที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง สำหรับยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 3 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-มีนาคม) มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ราว 2.2 หมื่นคัน และคาดการณ์ว่าทั้งปีนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะอยู่ในระดับหลักแสนคันอย่างแน่นอน จากปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ราว 7.6 หมื่นคัน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายเริ่มมีการประกอบภายในประเทศ
ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การแข่งขันด้านราคาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำหนดการตั้งราคาและการทำแคมเปญได้โดยอิสระ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยไม่สามารถเข้าไปควบคุมในส่วนนี้ได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเกินจนกลายเป็นสงครามราคา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยปกติแล้วการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ควรมีการเพิ่มราคาจากรุ่นก่อนหน้า แต่ในสถานการณ์สงครามราคานี้มีการปรับลดราคาลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อและกังวลเรื่องการลดราคา รวมถึงกระทบราคาของตลาดรถยนต์มือสองทั้งผู้รับซื้อและผู้ขายด้วยเช่นกัน ดังนั้น ควรมีการกำหนดราคาให้มีเสถียรภาพมากกว่า