
มาเซราติ กรันคาบริโอ 2024 (GranCabrio) รถสปอร์ตระดับไอคอนตลอดกาลจากค่ายตรีศูลเปิดตัวใหม่ในแบบเปิดประทุน นับเป็นการสร้างสรรค์สุดพิเศษสำหรับนักขับที่ต้องการทั้งความสบายในการขับขี่และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ยนตรกรรมเปิดประทุนใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ มีความสง่างามและมีเอกลักษณ์ไม่ต่างไปจากรุ่นกรันทูริสโม สปอร์ตคูเป้ที่เปรียบเสมือนแฝดพี่
Maserati GranCabrio 2024
ขุมพลัง Maserati GranCabrio 2024
มาเซราติ กรันคาบริโอ มาในเวอร์ชั่นที่ตกแต่งแบบเดียวกับรุ่น โทรเฟโอ (Trofeo) ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในเน็ททูโน (Nettuno) 6 สูบ ทวินเทอร์โบ 3 ลิตร ที่ให้พลังสูงถึง 542 แรงม้า ทรงพลังกระหึ่มทุกเส้นทางสะท้อนถึงสมรรถนะเหนือระดับตามสไตล์เอกลักษณ์ของค่ายตรีศูล
ติดตั้งเครื่องยนต์เนททูโนที่ทรงพลังที่สุดที่เคยผลิตมา จะสร้างตำนานใหม่ด้วยการผสานความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล และหลังคาเปิดประทุนที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการสัมผัสกับอากาศธรรมชาติจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ยังคงความสวยงาม มีบุคลิกพิเศษ โดดเด่นไม่เหมือนใครในทุกมุมมอง
Maserati GranCabrio 2024 ขุมพลัง
ภายนอก Maserati GranCabrio 2024
สปอร์ตคาร์เปิดประทุนรุ่นใหม่นี้ถูกผลิตขึ้น 100% ในประเทศอิตาลี และจะเจริญรอยตาม มาเซราติ กรันทูริสโม ด้วยการนำเสนอเวอร์ชั่นใหม่ที่ชูความเป็นเลิศในรถสปอร์ตประเภทแกรนด์ทัวเรอร์ โดยยังคงความหรูหรา สมรรถนะ สะดวกสบาย หลังคาไฟฟ้าของ มาเซราติ กรันคาบริโอ ผลิตจากผ้าใบคุณภาพสูง และใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยเมื่อพับเก็บในท้ายรถ สามารถจัดเก็บได้แบบอัตโนมัติในเวลาเพียง 14 วินาที รวมถึงเปิดได้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นับได้ว่าเป็นเวอร์ชั่นเปิดประทุนของ มาเซราติ 3500 จีที ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานรถสปอร์ตที่ประสบความสำเร็จมากว่า 60 ปีที่เปิดตัวครั้งแรกที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ในปี 2502
Maserati GranCabrio 2024 ภายนอก
Maserati GranCabrio 2024 ด้านข้าง
Maserati GranCabrio 2024 กระจังหน้า
ภายใน Maserati GranCabrio 2024
ห้องโดยสารนั่งสบายสำหรับผู้โดยสาร 4 คน สปอร์ตคาร์คันนี้จึงเป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับเดินทางกับกลุ่มเพื่อนหรือเดินทางคนเดียว สามารถเปิดหลังคาให้ลมพัดผ่าน ปล่อยอารมณ์ได้อย่างสบายใจในการเดินทางทริปพิเศษสไตล์อิตาเลียนที่เป็นเอกลักษณ์
ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดของ มาเซราตินี้ คือ รถยนต์สุดหรูในแบบเปิดประทุน ช่วยเพิ่มรายละเอียดด้านสไตล์และวัสดุชั้นเยี่ยมที่ขึ้นชื่อของ มาเซราติ ซึ่งจะยกระดับการเดินทางผ่านการสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งการขับอย่างสุนทรีย์ ด้วยความกลมกลืนผสานการหลอมรวมของทัศนียภาพและจิตวิญญาณแห่งนักเดินทาง ในแบบฉบับของคนรัก กรันคาบริโอ
Maserati GranCabrio 2024 ภายใน
มาเซราติ ให้ความสำคัญกับเรื่องดีไซน์และทุกรายละเอียด โดยยังคงไว้ถึงสมรรถนะที่สูง และความสนุกสนานในการขับ นอกจากนี้ ความเหนือชั้นของเทคโนโลยีที่เป็นจุดเด่นและสร้างความแตกต่างถูกรังสรรค์มาเป็นระบบอินโฟเทนเมนต์ และบริการช่วยเหลือผู้ขับ ที่การันตีความปลอดภัยและความสุนทรีย์ในทุกเส้นทาง พร้อมจะสร้างประสบการณ์ในการเดินทาง ถือว่าเป็นการสมดุลระหว่างความงดงามในดีไซน์ และการใช้งานที่เปี่ยมอรรถประโยชน์ ได้เป็นอย่างดี
ประสบการณ์การขับแบบเปิดประทุน ถูกยกระดับไปอีกขึ้น ด้วยระบบกันความร้อนและป้องกันเสียงรบกวน พร้อมกับหลังคาที่มีมากถึง 5 สีสัน ซึ่งผู้ขับสามารถควบคุมการใช้งานได้ง่ายเพียงกดปุ่มที่แผงหน้าปัด สำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ และชื่นชอบการขับขี่แบบเปิดประทุน ได้สัมผัสอากาศภายนอกอย่างเต็มที่ มาเซราติ กรันคาบริโอ ติดตั้งระบบอุ่นคอให้เป็นมาตรฐาน ระบบนี้จะทำความอบอุ่นบริเวณคอให้แก่ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร โดยสามารถเลือกระดับอุณหภูมิได้ถึง 3 ระดับ
Maserati GranCabrio 2024 นาฬิกาเหนือช่องแอร์กลาง
หนึ่งในตัวเลือกพิเศษที่ มาเซราติ นำเสนอ คือ แผ่นบังลม เหมาะสำหรับการใช้งานเมื่อมีผู้โดยสาร 2 คนและสามารถพับเก็บได้ด้วยตนเอง เมื่อขับแบบเปิดประทุน แผ่นบังลมนี้จะลดกระแสลมปั่นป่วนในห้องโดยสาร ช่วยเพิ่มความสุนทรย์และสนุกกับความปราดเปรียวของตัวรถได้อย่างเต็มที่
เรเว่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ จัดทัพรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยานยนต์เชิงพาณิชย์สุดล้ำจากบีวายดี และยนตรกรรมระดับลักชัวรีจากเดนซ่า ร่วมงาน Motor Expo 2026 ส่งท้ายปีกับไฮไลต์สุดพิเศษมากมาย โดยในครั้งนี้ได้นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่พร้อมราคาขายปลีกแนะนำดังนี้
BYD
● BYD SEALION 7 รถยนต์ C-SUV Sport พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น Premium ราคาขายปลีกแนะนำ 1,249,900 บาท และรุ่น AWD Performance ราคาขายปลีกแนะนำ 1,399,900 บาท และพิเศษสุดกับ Early Bird 2026 Motor Expo Campaign! สามารถเป็นเจ้าของ BYD SEALION 7 รุ่น Premium ได้ในราคา 1,149,900 บาท และรุ่น AWD Performance ในราคา 1,249,900 บาท
● BYD ATTO 3 ผลิตในประเทศ รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 759,900 บาท และรุ่น Extended ราคาขายปลีกแนะนำ 899,900 บาท
● BYD DOLPHIN รุ่น Standard Range ราคาขายปลีกแนะนำ 569,900 และรุ่น Extended Range ราคาขายปลีกแนะนำ 709,900 บาท
● BYD SEAL รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 999,900 บาท, รุ่น Premium ราคาขายปลีกแนะนำ 1,099,900 บาท และรุ่น AWD Performance ราคาขายปลีกแนะนำ 1,199, 900 บาท
● BYD SEALION 6 DM-i รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 969,900 บาท และรุ่น Premium ราคาขายปลีกแนะนำ 1,069,900 บาท
● BYD M6 7 ที่นั่ง รุ่น Dynamic ราคาขายปลีกแนะนำ 799,900 บาท และรุ่น Extended ราคาขายปลีกแนะนำ 899,900 บาท
พร้อมทั้งเผยโฉม BYD SHARK 6 กระบะขุมพลัง Plug-in Hybrid อย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย ร่วมด้วยการจัดแสดงยานยนต์สมรรถนะเหนือชั้นรวมทั้งสิ้น 27 คัน ใน 3 บูธ ให้ชาวไทยได้สัมผัสความล้ำสมัยของนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมทั้งจัดเต็มข้อเสนอและของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 เท่านั้น!
BYD
สำหรับบูธ “บีวายดี” จัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ 7 รุ่น ประกอบด้วย BYD ATTO 3, BYD DOLPHIN, BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 6, BYD SEALION 7 และ BYD SHARK 6 ขณะที่บูธ “เดนซ่า” นำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี 3 รุ่น คือ DENZA D9, DENZA N7 และ DENZA Z9 GT ส่วนบูธ “เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์” นำยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์บีวายดีมาอวดโฉม 4 รุ่น ได้แก่ BYD Q3B, BYD eMIXER, BYD T3 และ BYD eBUS
นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่