
Alfa Romeo Milano EV 2024 รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี
Alfa Romeo แบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติอิตาลี ได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของค่ายอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2023 นั่นคือ Milano EV 2024 รถยนต์ประเภท SUV ที่ได้รับการพลิกโฉมใหม่ทั้งหมดให้เป็นระบบไฟฟ้า 100% โดยได้นำไปทดสอบสมรรถนะ ณ สนามแข่ง FCA Balocco Test Track ทางตอนเหนือของอิตาลี เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันนี้จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับตามแบบฉบับของ Alfa Romeo เรามาทำความรู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้กันให้มากขึ้นครับ
Alfa Romeo Milano EV 2024 รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี
Alfa Romeo Milano EV คันนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากแพลตฟอร์มของ Jeep Avenger ซึ่งเป็นรถยนต์ที่เคยได้รับรางวัล European Car of the Year 2023 ทาง Alfa Romeo ได้ออกมาประกาศความมั่นใจว่า Milano EV จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มอบการควบคุมที่แม่นยำที่สุด และให้ความเร้าใจในการขับขี่ในระดับ “best-in-class” ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แบรนด์ตั้งไว้สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น
สเปคของ Alfa Romeo Milano 2024
Alfa Romeo เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านการผลิตรถยนต์สมรรถนะสูง และ Milano EV ก็เช่นกัน โดยได้รับการพัฒนาภายใต้การดูแลของ Domenico Bagnasco ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในการพัฒนาสุดยอดยนตกรรมของ Alfa Romeo อย่างรุ่น 8C, Giulia GTA และ 4C ทำให้ Milano EV ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและสปอร์ตอย่างแท้จริง
นิยามของคำว่า “ขับขี่ได้ดีที่สุด” ในมุมมองของ Alfa Romeo นั้น สื่อได้ตีความว่ารถคันนี้จะ “ให้การควบคุมพวงมาลัยที่แม่นยำขั้นสูงสุด พร้อมการันตีการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงที่เกาะถนนได้อย่างมั่นคง” ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของรถยนต์สปอร์ตจากอิตาลี
Alfa Romeo Milano EV จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) และระบบเลี้ยวล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ใน Jeep Avenger แต่สำหรับ Milano EV นั้น จะเน้นการขับขี่บนถนนเป็นหลัก และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการลุย Off-road แต่อย่างใด
สำหรับสเปคโดยรวมของ Milano EV ในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ คาดว่ารถรุ่นนี้จะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 54kWh ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 402 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ในส่วนของมิติตัวถัง Alfa Romeo Milano EV จะมีขนาดใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง Volvo EX30 และ MINI Countryman ซึ่งหมายความว่าจะเป็นรถ SUV ขนาดเล็กที่คล่องตัวในเมือง แต่ยังคงความหรูหราและดุดันตามสไตล์ของ Alfa Romeo
คาดการณ์วันเปิดตัว Alfa Romeo Milano 2024
Alfa Romeo จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Milano EV หลังจากเปิดตัว คาดว่าราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 ยูโร (ประมาณ 1.5 ล้านบาทไทย) และรถรุ่นนี้คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในโชว์รูมได้ภายในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2024
Mercedes-Benz CLE 2024 (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลอี 2024) รถยนต์คูเป้ขนาดกลางแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง รุ่นใหม่ รหัสใหม่ คล้ายยุค CLK-Class เพื่อทำตลาดแทนทั้ง C และ E-Class Coupe ซึ่งทิ้งเอกลักษณ์ของรถที่ไม่มีเสากลาง (Pillarless) ไป แต่ได้ความแพรวพราวของฟีเจอร์ไฮเทคยุคใหม่มาแทนที่ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในปีหน้าและคาดว่าจะรวมถึงประเทศไทยด้วย
Mercedes-Benz CLE 2024 ดีไซน์ภายนอก
ดีไซน์ของ Mercedes-Benz CLE 2024 ในภาพรวมไม่ต่างจาก Mercedes-Benz C-Class Coupe และ E-Class Coupe มากนัก เพราะใช้ภาษาและปรัชญาการออกแบบเดิม ด้านหน้าเป็นสไตล์จมูกฉลาม (Shark nose) กระโปรงหน้าเล่นลอน Power dome ตามอย่าง Mercedes-Benz 300 SL Gullwing ได้ชุดไฟหน้าทรงใหม่ LED High Performance เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ส่วนไฟ DIGITAL LIGHT เป็นออปชั่นที่ต้องสั่งเพิ่ม กระจังหน้าทรง A ใช้แพตเทิร์นดาวโครเมียม 3 มิติ ตรงกลางเป็นโลโก้ดาวสามแฉก ซึ่งใช้สื่อถึงการเป็นรถกลุ่มสปอร์ต หรือการตกแต่งสปอร์ตของ Mercedes-Benz ขณะที่พื้นผิวตัวถังลดความซับซ้อนลง เพิ่มความเรียบ โค้งต่อเนื่องตัดด้วยเส้นคมด้านข้าง ไฟท้ายคาดยาวพร้อมเอฟเฟกต์ไฟวิ่งแสดงผลดูนุ่มนวล และให้ล้ออัลลอยตั้งแต่ขนาด 18 และ 19 นิ้ว ขึ้นอยู่กับระดับการตกแต่ง รวมถึงมีล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 ถึง 20 นิ้ว ปรับแต่งสีได้ให้เลือกในรายการออปชั่น
Mercedes-Benz CLE 2024
Mercedes-Benz CLE 2024 ดีไซน์ภายใน
ทางด้านภายใน Mercedes-Benz CLE 2024 ให้บรรยากาศที่เป็นสปอร์ต ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่มากกว่าตำแหน่งอื่น ๆ ควบคู่ไปกับความหรูและดูอวกาศ ด้วยการใช้แผงคอนโซลเอียงลาด พื้นผิวดูหลอมเหลวต่อเนื่องภายใต้รูปทรง T-Shaped ที่คั่นกลางระหว่างคนขับกับผู้โดยสารแยกออกจากกัน
ด้านบนสุดเป็นแผงช่องแอร์ทรงไอพ่น 5 ช่อง พวงมาลัย 3 ก้านทรงคลาสสิก ติดตั้งมาตรวัดขนาด 12.3 นิ้ว ขณะที่จอมัลติฟังก์ชันตรงกลางมีขนาดเล็กกว่าที่ 11.9 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX รองรับอินเทอร์เน็ต 5G และเข้าถึงโซเชียลมีเดีย เล่น TikTok ฟัง Podcast หรือดูหนัง ฟังเพลงแบบสตรีมมิ่ง ประชุมผ่าน Zoom ไปจนถึงเล่นเกมได้เลย
Mercedes-Benz CLE 2024
รวมถึงยังมี AI คอยช่วยเหลือขณะขับขี่ที่เรียนรู้ เข้าใจความต้องการของผู้สั่งงาน และสามารถบันทึกรูปแบบการใช้งานเฉพาะรายบุคคลลงไปได้ตามชุดคำสั่งที่กำหนดเอง เช่น ทำให้ฉันหายร้อน อุปกรณ์ที่ถูกเลือกไว้จะทำงานทั้งหมด เป็นต้น
นอกจากนี้ Mercedes-Benz CLE 2024 ยังสามารถเลือกธีมบรรยากาศ-การทำงานของอุปกรณ์ภายในรถให้เข้ากับอารมณ์หรือความรู้สึกในขณะนั้นได้ เช่น ในวันที่อากาศหนาวเย็น ระบบอุ่นเบาะจะทำงานพร้อมกับปรับไฟ Ambient Light เป็นสีโทนอุ่น หรือคืนนัดเดต ระบบจะเลือกเปิดเพลงแนวโรแมนติก และไฟ Ambient Light เป็นสีชมพู เป็นต้น
Mercedes-Benz CLE 2024
Mercedes-Benz CLE 2024 เครื่องยนต์และสมรรถนะ
Mercedes-Benz CLE 2024 เบื้องต้นจะมีเครื่องยนต์ทั้งดีเซล ไมลด์ไฮบริด และเบนซิน ไมลด์ไฮบริด ให้เลือก ดังนี้
Mercedes-Benz CLE 220 d
ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิด 440 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 238 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Mercedes-Benz CLE 200
ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิด 320 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Mercedes-Benz CLE 200 4MATIC
ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิด 320 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 236 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC
ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 258 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Mercedes-Benz CLE 450 4MATIC
ใช้