อัลติเมท ไกด์: รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดแห่งปี 2025 – ทะยานสู่อนาคตแห่งความเร็ว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามาเป็นทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า จากที่เคยเป็นเพียงกระแสรอง สู่การเป็นขุมพลังขับเคลื่อนที่กำหนดทิศทางอนาคตของวงการยานยนต์ โลกของ รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุด กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปี 2025 นี้ก็เป็นอีกปีที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ การผสมผสานระหว่างพละกำลังมหาศาล แรงบิดที่เข้าถึงได้ทันที และสมรรถนะที่สามารถเทียบเคียงหรือแม้กระทั่งแซงหน้ารถยนต์น้ำมันสมรรถนะสูงได้ กำลังทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็น “ราชาแห่งความเร็ว” สมัยใหม่
ลองนึกภาพดูครับ ย้อนกลับไปเมื่อต้นทศวรรษ 2020 รถยนต์ที่เร็วที่สุดส่วนใหญ่ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ปัจจุบัน แม้กระทั่งรถยนต์ SUV ไฟฟ้า ที่มีพละกำลังหลายร้อยแรงม้า ก็สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เร็วกว่าซูเปอร์คาร์ชั้นนำหลายรุ่นเสียอีก การพัฒนาของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 2025 นั้นก้าวกระโดดอย่างแท้จริง
บทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกถึงขุมพลังแห่งความเร็วที่คุณสามารถหาซื้อได้แล้ว หรือกำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ โดยเน้นที่สถิติอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (หรือ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความเร็วแบบฉับพลัน นอกจากนี้ ผมจะหยิบยกยานยนต์ต้นแบบบางรุ่นที่แม้จะซื้อไม่ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันน่าทึ่งของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ภาพรวมของสมรรถนะ: ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าถึงเร็วจัด?
หัวใจสำคัญของความเร็วอันน่าทึ่งของรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่หลักการพื้นฐานของการทำงานมอเตอร์ไฟฟ้า:
แรงบิดทันที (Instant Torque): มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถส่งแรงบิดสูงสุดได้ทันทีที่กดคันเร่ง ต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ต้องรอรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น นี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าออกตัวได้อย่างดุดัน
พละกำลังต่อเนื่อง (Continuous Power): รถยนต์ไฟฟ้าสามารถรักษาพละกำลังสูงสุดได้ในช่วงรอบการทำงานที่กว้างกว่ามาก ทำให้สามารถรักษาความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพเชิงกล (Mechanical Efficiency): มอเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในมาก ทำให้สูญเสียพลังงานน้อยลงและส่งกำลังไปยังล้อได้อย่างเต็มที่
การควบคุมที่แม่นยำ (Precise Control): ระบบอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่สามารถควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละตัวได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถจัดการกับแรงบิดและการกระจายกำลังได้อย่างละเอียด ส่งผลต่อการทรงตัวและอัตราเร่งที่ดีขึ้น
สุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในปี 2025: เจาะลึกแต่ละรุ่น
ผมได้รวบรวมรายชื่อ รถยนต์ไฟฟ้าความเร็วสูง ที่น่าจับตาที่สุดสำหรับปี 2025 โดยจัดอันดับตามสถิติอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นและข้อสังเกตอย่างละเอียด:
McMurtry Spéirling (รถต้นแบบ: ไม่สามารถซื้อได้)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 1.5 วินาที (ประมาณ)
จุดเด่น: ความเร็วระดับทำลายสถิติ, แรงกดอากาศมหาศาล, เทคโนโลยีอัจฉริยะ
ข้อสังเกต: ไม่สามารถซื้อได้, ใช้งานได้จำกัดมาก
เราเริ่มต้นด้วยรถที่คุณไม่มีวันซื้อได้ แม้จะมีทรัพย์สินมากแค่ไหนก็ตาม McMurtry Spéirling คือรถแข่งไฟฟ้าขนาดเล็กนั่งเดี่ยว ที่สามารถทำลายสถิติการไต่เขาที่งาน Goodwood Festival of Speed ปี 2022 ได้อย่างงดงาม แซงหน้า Volkswagen ID. R ไปอย่างขาดลอย ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 1.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. (ประมาณ)
ความเร็วที่น่าทึ่งนี้มาจากพละกำลัง 1,000 แรงม้า ในน้ำหนักที่เบาราวกับตะกร้าใส่ขนนก เทคโนโลยีพัดลมสร้างแรงกดอากาศ (Fan Downforce) ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้อย่างไม่น่าเชื่อ สร้างแรงกดอากาศได้ถึง 2,000 กิโลกรัม เมื่อรถหยุดนิ่ง ซึ่งเป็นสองเท่าของน้ำหนักรถ!
Aspark Owl (รถยนต์ที่จดทะเบียนวิ่งบนถนนได้เร็วที่สุดในโลก)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 1.69 วินาที
จุดเด่น: อัตราเร่งสุดโหด, ระยะทางวิ่งที่สมเหตุสมผล, ถูกกฎหมายบนท้องถนน!
ข้อสังเกต: การผลิตจำกัดสุดๆ, ราคาสูงลิ่ว
Aspark Owl เปิดตัวในปี 2020 ด้วยคำเคลมอันทะเยอทะยานว่าเป็นรถยนต์ที่อัตราเร่งเร็วที่สุดในโลก และจนถึงปัจจุบัน มีเพียง McMurtry Spéirling เท่านั้นที่ทำลายสถิตินี้ได้ แต่ Spéirling เป็นรถแข่ง ส่วน Owl คือรถที่สามารถนำไปวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย
Owl ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาด 64 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว ให้กำลังรวมเกือบ 2,000 แรงม้า ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.69 วินาที อัตราเร่ง 0-300 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 10.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 249 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 400 กม./ชม.)
เพื่อเปรียบเทียบ Ferrari 296 GTB รถซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นล่าสุด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 205 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 330 กม./ชม.) Aspark ระบุว่า Owl สามารถวิ่งได้ระยะทาง 280 ไมล์ (ประมาณ 450 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งต้องใช้การขับขี่ที่นุ่มนวลมากจึงจะทำได้
Rimac Nevera (เทคโนโลยี EV ชั้นนำที่กำลังมาแรง)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 1.85 วินาที
จุดเด่น: เทคโนโลยี EV ล้ำสมัยระดับโลก, สมรรถนะระดับสถิติ, ขับขี่สนุก
ข้อสังเกต: น้ำหนักค่อนข้างมาก, ราคาสูงมาก
Rimac Nevera คือผลงานชิ้นที่สองจาก Rimac ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากโครเอเชีย ไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับเศรษฐี แต่ยังเป็นโครงการทางการตลาดที่แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท โดย Rimac ได้เซ็นสัญญาร่วมมือด้านระบบส่งกำลังไฟฟ้ากับบริษัทชั้นนำอย่าง Aston Martin, Koenigsegg และ Automobili Pininfarina
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว ให้กำลัง 1,888 แรงม้า และแรงบิด 1,739 ปอนด์-ฟุต ประกอบกับระบบ Launch Control ที่ซับซ้อน ทำให้ Nevera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.85 วินาที Rimac เคลมว่า Nevera สามารถทำความเร็ว 100 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 160 กม./ชม.) ได้ใน 4.3 วินาที และ 186 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 300 กม./ชม.) ใน 11.8 วินาที ระยะควอเตอร์ไมล์ (402 เมตร) ใน 9.1 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 258 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 415 กม./ชม.)
แบตเตอรี่ขนาด 120 kWh ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 403 ไมล์ (ประมาณ 650 กม.) แต่สนนราคาของ Nevera นั้นอยู่ที่ราว 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 90 ล้านบาท)
Tesla Roadster (ความหวังของรถสปอร์ตไฟฟ้า)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: น้อยกว่า 2 วินาที (ตามคำกล่าวอ้าง)
จุดเด่น: อัตราเร่งเร็วอย่างเหลือเชื่อ, ระยะทางวิ่งกว้างขวาง, หลังคาถอดได้
ข้อสังเกต: ยังไม่เข้าสู่สายการผลิต, ประสิทธิภาพยังไม่ได้รับการพิสูจน์
Tesla Roadster เจเนอเรชันที่สอง เปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 พร้อมคำมั่นว่าจะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2020 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เกิดขึ้น Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้กล่าวไว้ในเดือนพฤษภาคม 2024 ว่ารถจะเริ่มการผลิตในปี 2025 แต่ด้วยประวัติที่ผ่านมา เรายังคงต้องรอดูกันต่อไป
แม้จะยังไม่เห็นตัวจริง Musk ก็ได้เผยตัวเลขสมรรถนะอันน่าเหลือเชื่อ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. น้อยกว่า 2 วินาที, ความเร็วสูงสุดมากกว่า 250 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 400 กม./ชม.) และระยะทางวิ่งสูงสุด 620 ไมล์ (ประมาณ 1,000 กม.) จากแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 200 kWh
Tesla ยังอ้างว่า Roadster จะทำอัตราเร่ง 0-160 กม./ชม. ได้ใน 4.2 วินาที และควอเตอร์ไมล์ใน 8.8 วินาที ซึ่งเร็วกว่า Rimac Nevera ทั้งคู่
Deus Vayanne (ดาวรุ่งจากออสเตรีย)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: น้อยกว่า 2 วินาที
จุดเด่น: ดีไซน์สวยงาม, ความเร็วสูง, พละกำลังสองเท่าของ Veyron
ข้อสังเกต: ผู้ผลิตที่ไม่เป็นที่รู้จัก, การผลิตจำกัด
Deus Vayanne เปิดตัวอย่างน่าประหลาดใจในงาน New York Auto Show ปี 2022 แบรนด์สตาร์ทอัพจากออสเตรียนี้ตั้งเป้าเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Lotus Evija และ Aspark Owl แต่ในแง่ของพละกำลัง Vayanne เหนือกว่าอย่างชัดเจน
Deus เคลมว่า Vayanne จะมีกำลังมากกว่า 2,200 แรงม้า และแรงบิด 1,475 ปอนด์-ฟุต สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 2 วินาที และความเร็วสูงสุด 248 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 400 กม./ชม.)
การส่งมอบรถล็อตแรกคาดว่าจะเริ่มในปี 2025 และ Deus มีแผนผลิตเพียง 99 คันเท่านั้น
Tesla Model S Plaid (รถครอบครัวไฟฟ้าที่ทรงพลังที่สุด)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: น้อยกว่า 2 วินาที
จุดเด่น: การขับขี่ที่นุ่มนวล, เทคโนโลยีความปลอดภัยที่น่าประทับใจ, การชาร์จที่รวดเร็ว
ข้อสังเกต: ระบบพวงมาลัยที่แปลกตา, คุณภาพการประกอบที่ไม่สม่ำเสมอ
Tesla Model S ที่มีมาตั้งแต่ปี 2012 ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และรุ่น Plaid คือที่สุดแห่งตระกูลนี้ ให้กำลัง 1,006 แรงม้า ทำให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 2 วินาที ซึ่งทรงพลังกว่า McLaren P1 และเร็วกว่า Ferrari LaFerrari ในการออกตัว
Tesla อ้างว่า Model S Plaid ทำเวลาต่อรอบที่ Nürburgring ได้ในเวลากว่า 7 นาทีครึ่ง ซึ่งเป็นสถิติใหม่สำหรับรถโปรดักชัน EV แต่เวลานี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
Model S Plaid สามารถวิ่งได้ระยะทาง 396 ไมล์ (ประมาณ 637 กม.) และทำควอเตอร์ไมล์ได้ใน 9.23 วินาที อย่างไรก็ตาม รุ่นใหม่ในสหราชอาณาจักรอาจต้องนำเข้าแบบพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น
Automobili Pininfarina Battista (ความเร็วสุดโหดจากค่ายดีไซน์ในตำนาน)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: น้อยกว่า 2 วินาที
จุดเด่น: ดีไซน์งดงาม, ประวัติศาสตร์อันยาวนาน, ขับขี่ดีเยี่ยม
ข้อสังเกต: เหมาะกับถนนที่กว้าง, การผลิตจำกัด
Automobili Pininfarina Battista เป็นมากกว่ารถที่เร็ว แต่ยังเป็นผลงานศิลปะบนท้องถนน มาพร้อมแบตเตอรี่ 120 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัวที่ยืมมาจาก Rimac Nevera
ด้วยกำลัง 1,877 แรงม้า Battista สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 2 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 217 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 350 กม./ชม.) ระยะทางวิ่งคาดว่าอยู่ที่ 280 ไมล์ (ประมาณ 450 กม.)
Battista จะถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 150 คัน และมีราคาประมาณ 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 90 ล้านบาท)
Volkswagen ID. R (รถแข่งไฟฟ้าเจ้าของสถิติ)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 2.25 วินาที
จุดเด่น: เจ้าของสถิติหลายรายการ, น้ำหนักเบา, เข้าโค้งได้ดีเยี่ยม
ข้อสังเกต: ไม่สามารถนำไปวิ่งบนถนนได้
Volkswagen ID. R ที่เปิดตัวในปี 2018 คือรถแข่งไฟฟ้าที่ทรงพลังอย่างแท้จริง แม้ปัจจุบันจะมีรถยนต์ที่จดทะเบียนวิ่งบนถนนได้เร็วกว่า แต่ ID. R ก็ยังคงเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้า
ด้วยกำลัง 671 แรงม้า และน้ำหนักที่เบาราวกับขนนก ทำให้ ID. R ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.25 วินาที รถคันนี้ได้สร้างสถิติใหม่มากมาย ทั้งที่ Nürburgring, Goodwood และ Heavens Gate ในประเทศจีน
Faraday Future FF91 (SUV ไฟฟ้าสุดหรู แรงเกินคาด)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 2.2 วินาที
จุดเด่น: ดีไซน์เพรียวบาง, ภายในหรูหรา, ความเร็วสูง
ข้อสังเกต: สถานะทางการเงินของบริษัทไม่แน่นอน
Faraday Future เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพ EV ที่มีเส้นทางขรุขระ แต่ FF91 คือรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าประทับใจ FF91 คือ SUV ขนาดเทียบเท่า Tesla Model X แต่มาพร้อมการออกแบบที่เพรียวบางและที่นั่งสไตล์ Business Class
FF91 มีกำลัง 1,050 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.2 วินาที แบตเตอรี่ 142 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 381 ไมล์ (ประมาณ 613 กม.) ตามมาตรฐาน EPA ราคาคาดว่าจะอยู่ที่ 90,000 – 170,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 – 7.5 ล้านบาท)
Lucid Air Sapphire Edition (รถซีดานหรูจากอเมริกา)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 1.89 วินาที
จุดเด่น: สร้างได้ดีกว่า Maybach, เร็วกว่า Lambo
ข้อสังเกต: ยังไม่มีรุ่นพวงมาลัยขวาสำหรับตลาดบางประเทศ
Lucid Air Sapphire Edition คือรถซีดานไฟฟ้าสัญชาติอเมริกันที่น่าจับตามอง ด้วยกำลัง 1,234 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 1.89 วินาที เร็วกว่า McLaren 720S เกือบหนึ่งวินาที
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 205 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 330 กม./ชม.) และแบตเตอรี่ 118 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 427 ไมล์ (ประมาณ 687 กม.) ตามมาตรฐาน EPA
Tesla Model X Plaid (SUV ที่มีประตูเปิดเหมือนปีก, พลังล้นเหลือ)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 2.5 วินาที
จุดเด่น: ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์, เทคโนโลยีน่าทึ่ง, พื้นที่กว้างขวาง
ข้อสังเกต: ประตูแบบ Falcon Wing ดูเด่นเกินไป, คุณภาพการประกอบอาจไม่สมบูรณ์
แม้จะเป็น SUV ขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 2.5 ตัน Tesla Model X Plaid ก็ยังทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.5 วินาที ด้วยระบบส่งกำลังสามมอเตอร์ที่ให้กำลัง 1,006 แรงม้า
Model X Plaid มีพื้นที่กว้างขวาง เป็นรถ 7 ที่นั่งจริง และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 333 ไมล์ (ประมาณ 536 กม.) ประตู Falcon Wing ด้านหลังยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร
Nio EP9 (ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าสุดเร็วจากจีน)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 2.7 วินาที
จุดเด่น: เข้าโค้งได้เหมือนรถแข่ง, แบตเตอรี่เปลี่ยนได้รวดเร็ว, อัตราเร่งรุนแรง
ข้อสังเกต: การขับขี่กระด้าง, สร้างแรง G สูง
Nio EP9 คือซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ในสนามแข่ง Formula E ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว ให้กำลังรวม 1,341 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที
EP9 ทำเวลาที่ Nürburgring ได้ใน 6:45.9 นาที ในปี 2017 ซึ่งเป็นสถิติสำหรับรถโปรดักชัน EV ในขณะนั้น ก่อนที่จะถูกทุบโดย Volkswagen ID. R
Porsche Taycan Turbo GT (พิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่น่าเบื่อ)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 2.3 วินาที
จุดเด่น: ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ, พวงมาลัยแม่นยำ, เร็วอย่างเหลือเชื่อ
ข้อสังเกต: น้ำหนัก 2.2 ตัน, เบรกอาจต้องระวัง
Porsche Taycan Turbo GT แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซูเปอร์คาร์ไฮเปอร์คาร์ แต่สามารถเป็นรถซีดานสมรรถนะสูงที่ใช้งานได้จริง ด้วยพละกำลังสูงสุด 1,093 แรงม้า แบตเตอรี่ 105 kWh และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.3 วินาที
Taycan ยังมีเกียร์สองสปีดที่ไม่เหมือนใคร โดยเกียร์แรกใช้สำหรับการออกตัว ส่วนเกียร์สองใช้สำหรับการขับขี่ทั่วไป ระบบ 800V ช่วยให้ชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 345 ไมล์ (ประมาณ 555 กม.)
Lotus Evija (คำตอบของ Hethel สำหรับ Nevera)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: น้อยกว่า 3 วินาที (คาดการณ์)
จุดเด่น: มรดกมอเตอร์สปอร์ต, วิศวกรรมน้ำหนักเบา, ดีไซน์โดดเด่น
ข้อสังเกต: ยังไม่เข้าสู่สายการผลิต, ระยะทางวิ่งจำกัด
Lotus Evija คือหนึ่งในรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ด้วยกำลัง 2,011 แรงม้า แต่มีน้ำหนักเพียง 1,680 กิโลกรัม เท่านั้น
Lotus ระบุว่า Evija จะทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 320 กม./ชม.) แต่เราคาดว่าตัวเลขจริงอาจจะต่ำกว่า 2 วินาทีด้วยซ้ำ
Rivian R1T / R1S (รถกระบะไฟฟ้าที่เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 3.0 วินาที
จุดเด่น: ความเร็วสูงมากสำหรับรถที่ใช้งานได้จริง, ราคาสมเหตุสมผล
ข้อสังเกต: ยังไม่เข้าสู่ตลาดบางประเทศ, ขนาดใหญ่อาจไม่เหมาะกับถนนบางแห่ง
Rivian R1T (รถกระบะ) และ R1S (SUV) แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงก็สามารถมีความเร็วสูงได้เช่นกัน ด้วยแบตเตอรี่ 135 kWh และมอเตอร์สี่ตัว ให้กำลังรวม 753 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.0 วินาที
Rivian มีแผนนำรถเข้าสู่ยุโรปในอนาคตอันใกล้
Tesla Model 3 Performance (รถยนต์สมรรถนะสูงขนาดเล็กของ Tesla)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 2.9 วินาที
จุดเด่น: ระบบช่วงล่างอัจฉริยะใหม่, พละกำลังเพิ่มขึ้น, แอโรไดนามิกส์ดีขึ้น
ข้อสังเกต: แทบไม่มีข้อเสียที่ชัดเจน
Tesla Model 3 Performance รุ่นปรับโฉมใหม่ได้รับการปรับปรุงอย่างมาก ทั้งพละกำลังและแรงบิด ทำให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 163 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 262 กม./ชม.)
จุดเด่นที่สำคัญคือการปรับปรุงระบบช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension และโหมดขับขี่ใหม่ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในสนามแข่ง พร้อมสนนราคาที่เริ่มต้นเพียง 59,990 ปอนด์ (ประมาณ 2.6 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง
Audi RS e-Tron GT (ทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับ Taycan)
สถิติ 0-100 กม./ชม.: 3.3 วินาที
จุดเด่น: ความสบายในการเดินทางไกล, ความนุ่มนวลเหนือชั้น, พละกำลังต่อเนื่อง
ข้อสังเกต: ขับสนุกน้อยกว่า Taycan, รุ่น RS รู้สึกสับสน
Audi e-Tron GT ใช้แพลตฟอร์ม J1 เดียวกันกับ Porsche Taycan แต่เน้นการขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช้า ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 155 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 250 กม./ชม.)
Audi RS e-Tron GT เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่มีความหรูหราและสะดวกสบาย
อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
จากรายชื่อข้างต้น จะเห็นได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้าแรงที่สุด 2025 ไม่ได้มีเพียงแค่ซูเปอร์คาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถยนต์ซีดาน SUV และแม้กระทั่งรถกระบะ การพัฒนายังคงดำเนินต่อไป และเราจะได้เห็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น, ระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น, และการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ที่แพร่หลายขึ้น จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความเร็ว ระยะทางวิ่ง และความสามารถในการขับขี่ที่ดีขึ้นไปอีก
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงราคา ที่น่าสนใจ หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา โลกของ รถยนต์ไฟฟ้าซูเปอร์คาร์ และ รถยนต์ไฟฟ้าความเร็วสูง กำลังเปิดประตูรอคุณอยู่
ถึงเวลาสัมผัสอนาคตแห่งความเร็วแล้ว คุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมแล้วหรือยัง? ติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่คุณเชื่อถือ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของผู้ผลิตเพื่อค้นหารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาล

