Toyota Crown 2016: การกลับมาของราชวงศ์แห่งยนตรกรรมหรู พร้อมนวัตกรรมแห่งอนาคต
ในวงการยานยนต์ระดับพรีเมียมของประเทศญี่ปุ่น ชื่อชั้นของ Toyota Crown 2016 นั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและสถานะที่สูงส่ง แม้แต่แบรนด์หรูอย่าง Lexus ก็อาจต้องยอมรับในศักดิ์ศรีอันยาวนานของ Crown ซึ่งถือเป็น “พี่ใหญ่” ในสายการผลิตของ Toyota ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ถือกำเนิดขึ้นก่อน Lexus เสียอีก โดยมีเพียง Toyota Century เท่านั้นที่ยืนอยู่เหนือกว่าในแง่ของความหรูหราสูงสุด
สำหรับ Toyota Crown 2016 นี้ อยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 14 ซึ่งหากนำไปเทียบเคียงกับรถยนต์ยุโรปในระดับเดียวกัน ก็จะเทียบเคียงได้กับ Mercedes-Benz E-Class หรือ BMW 5 Series การปรับโฉมใหม่นี้ถือเป็นการยกระดับรูปลักษณ์ให้ทันสมัยและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น โดยแบ่งสายการผลิตหลักออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Crown Majesta ที่เน้นความหรูหราขั้นสูงสุด, Crown Royal ที่ให้ความสะดวกสบายและความหรูหราในแบบฉบับดั้งเดิม และ Crown Athlete ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับบุคลิกสปอร์ตที่เฉียบคม ซึ่งทั้งสามรุ่นต่างได้รับการปรับปรุงอย่างครอบคลุม
Toyota Crown Athlete 2016: ความดุดันที่สง่างาม
สำหรับ Toyota Crown Athlete 2016 ใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ด้านหน้าของตัวรถ ด้วยกระจังหน้าแบบ “Striking mesh” ที่มีดีไซน์มุมเฉียงมากขึ้น และลากยาวลงมาจรดขอบชายกันชนด้านล่าง ช่องดักลมด้านข้างก็ถูกออกแบบใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้รถดูเตี้ย กว้าง และดุดันมากยิ่งขึ้น ไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED ที่สามารถส่องสว่างได้ทั้งไฟสูงและไฟต่ำจากแหล่งกำเนิดเดียว พร้อมไฟวิ่งกลางวัน (DRL) ที่เพิ่มความโดดเด่น ส่วนไฟท้ายแบบวงแหวนได้รับการปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและเน้นมิติที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารของ Toyota Crown Athlete 2016 เลือกใช้โทนสีดำเข้ม ประดับด้วยลายหินควอตซ์แทนที่ลายไม้แบบเดิม ทำให้รู้สึกราวกับงานศิลปะที่สะท้อนความทันสมัยและความประณีต หากเป็นรุ่น Turbo จะพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการตกแต่งภายในด้วยโทนสี Prussia Blue อันเป็นเอกลักษณ์
Toyota Crown Royal 2016: ความสงบเยือกเย็นแห่งความหรูหรา
ในขณะที่ Toyota Crown Royal 2016 ใหม่ ปรับเปลี่ยนดีไซน์กันชนให้ดูหนาและมีมิติมากขึ้น พร้อมช่องดักอากาศแนวนอนใต้กระจังหน้าขนาดใหญ่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสุขุมนุ่มลึกที่แตกต่างจาก Crown Athlete ภายในห้องโดยสารของรุ่น Royal จะประดับด้วยลายไม้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งโทนสีดำและสีน้ำตาล สร้างบรรยากาศแห่งความสง่างามและความผ่อนคลาย
ขุมพลังและเทคโนโลยีแห่งอนาคตของ Toyota Crown 2016
จุดเด่นสำคัญของ Toyota Crown 2016 ในปีนี้คือการนำเสนอเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบหัวฉีดตรง ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 235 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร ตั้งแต่รอบต่ำที่ 1,650-4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ซึ่งเครื่องยนต์นี้จะมีให้เลือกใช้เฉพาะในรุ่น Toyota Crown Athlete เท่านั้น พร้อมอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่นที่ 13.4 กม./ลิตร
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่นั้น ยังคงมีเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ทั้งแบบธรรมดาและไฮบริด รวมถึงเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 3.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 338 แรงม้า ให้เลือกในทั้งรุ่น Crown Royal และ Athlete โดยรุ่น Crown Majesta ยังคงใช้เครื่องยนต์ไฮบริด 3.5 ลิตร เป็นหลัก
ไฮไลท์ที่นับเป็นก้าวสำคัญและเป็นการนำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลกในรถยนต์ที่วางจำหน่ายทั่วไป คือระบบ ITS Connect ที่สงวนไว้สำหรับ Toyota Crown Majesta โดยเฉพาะ เทคโนโลยีนี้ทำให้รถยนต์ที่ติดตั้งระบบนี้สามารถสื่อสารระหว่างกันได้เอง รวมถึงสื่อสารกับระบบสัญญาณไฟจราจร ผ่านคลื่นความถี่ 760 MHz เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ตัวอย่างเช่น ระบบสามารถแจ้งเตือนขณะกำลังจะเลี้ยวขวาบริเวณทางแยก หากมีรถสวนมา หรือเตือนการฝ่าสัญญาณไฟจราจร พร้อมแสดงเวลาที่เหลือสำหรับการเปลี่ยนสัญญาณไฟ
นอกจากนี้ ระบบ ITS Connect ยังช่วยให้รถยนต์สามารถสื่อสารเพื่อปรับเพิ่ม-ลดความเร็วโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมกับรถคันหน้า และในกรณีฉุกเฉิน ระบบยังสามารถแจ้งตำแหน่งของรถไปยังหน่วยกู้ภัยที่ใกล้ที่สุดได้อีกด้วย
สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น Toyota Crown Majesta รุ่นสูงสุด F Version มีราคาอยู่ที่ประมาณ 2.23 ล้านบาท, Toyota Crown Royal รุ่นสูงสุด G Four ราคาประมาณ 1.89 ล้านบาท และ Toyota Crown Athlete รุ่นสูงสุด G Four ราคาประมาณ 1.92 ล้านบาท ส่วน Toyota Crown Athlete G-T ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีราคาสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1.71 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่สนใจ Toyota Crown 2016 ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันการจัดหาน่าจะต้องผ่านช่องทางของเกรย์มาร์เก็ตเท่านั้น ซึ่งเมื่อรวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว ราคาอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจทำให้หลายคนหันไปพิจารณารถยนต์ยุโรปเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
Mitsubishi Pajero Sport 2016: นิยามใหม่แห่ง SUV อเนกประสงค์ที่เหนือกว่า
ในยุคที่ตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (SUV) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ค่ายรถยนต์ชั้นนำต่างมุ่งมั่นพัฒนายานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค Mitsubishi คือหนึ่งในแบรนด์ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพนี้ และได้ทุ่มเททรัพยากรในการพัฒนายานยนต์ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย สมรรถนะ และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว Mitsubishi Pajero Sport 2016 คือผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจของการทุ่มเทครั้งนี้
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน Mitsubishi ได้ประกาศแผนธุรกิจใหม่ที่มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ซึ่งโครงการสำคัญภายใต้แผนนี้คือการพัฒนารถยนต์ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ ควบคู่ไปกับการเปิดตัว Mitsubishi Triton รถกระบะที่ได้รับความนิยมมายาวนาน และในที่สุด กาลเวลาก็มาถึง เมื่อ Mitsubishi ได้เผยโฉม Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกของการสัมผัสกับ SUV รุ่นใหม่ที่กำลังสร้างกระแสร้อนแรงในตลาดไทย ด้วยยอดจองที่ถล่มทลายถึง 2,248 คัน ในงาน Big Motor Sale เป็นเครื่องยืนยันถึงความน่าสนใจของรถคันนี้
บทความนี้เป็นการทดสอบเบื้องต้นของ Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ บนสนามทดสอบปิด Mitsubishi Proving Ground ซึ่งเป็นสนามทดสอบแห่งแรกของ Mitsubishi นอกประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi ในการพัฒนารถยนต์ในประเทศไทย รถยนต์ที่ใช้ในการทดสอบเป็นรุ่น Pre-Production (PP) ซึ่งมีความใกล้เคียงกับรุ่นที่จะวางจำหน่ายจริง
การออกแบบที่สะท้อน DNA แห่งอนาคต: Dynamic Shield
Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ใหม่ที่เรียกว่า “Dynamic Shield” บริเวณด้านหน้าของตัวรถ คุณจะสัมผัสได้ถึงความอลังการและความทันสมัยอย่างน่าทึ่ง เส้นสายของกระจังหน้าแบบโครเมียมมีความซับซ้อนในการออกแบบ ผสมผสานอย่างลงตัวกับไฟหน้าที่มีความโฉบเฉี่ยว ให้ความรู้สึกสปอร์ตและแข็งแกร่ง แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA หลักของ Mitsubishi อย่างเหนียวแน่น
ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ Spectrum LED เสริมภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราสง่างามมากยิ่งขึ้น เส้นสายที่ต่อเนื่องจากด้านหน้าสู่ด้านข้างมีความคมสันเล็กน้อย บังโคลนหน้าและหลังให้ความรู้สึกบึกบึนแข็งแรงตามแบบฉบับ SUV แต่ส่วนท้ายของรถได้รับการออกแบบให้ดูสั้นลงเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเน้นความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง อย่างไรก็ตาม การออกแบบไฟท้ายทรงตั้งสูงขึ้นเกือบถึงชายกันชนด้านล่าง อาจเป็นจุดที่ผู้ขับขี่ในเมืองต้องเพิ่มความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการใช้งานในสภาพการจราจรที่หนาแน่น
ห้องโดยสาร: ความหรูหรา ผสมผสานความสปอร์ต และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์
เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ ต้อนรับด้วยความโอ่อ่าหรูหรา พร้อมสัมผัสของความเป็น SUV ทันสมัยที่ยังคงความสปอร์ต การออกแบบคอนโซลหน้ามีความลงตัวอย่างมาก พวงมาลัยแบบสี่ก้านหุ้มหนังให้สัมผัสที่แตกต่างจาก Triton อย่างชัดเจน ขนาดกำลังดีมือ และสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง (ยืด-หด และสูง-ต่ำ) เพื่อให้เข้ากับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างเหมาะสม บนพวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) รวมถึงปุ่มควบคุมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่
เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในรุ่น GT และ GT Premium ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergo Design) เพื่อความสบายสูงสุดเช่นเดียวกับเบาะนั่งแถวสองที่สามารถพับได้แบบ 60/40 และปรับเอนพนักพิงหลังได้ การออกแบบเบาะนั่งตอนหลังทำได้ดีเกินคาด รองรับสรีระได้เป็นอย่างดี แม้แต่ผู้ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ก็ยังสามารถนั่งได้อย่างสบาย
Mitsubishi Pajero Sport 2016 มาพร้อมรูปแบบการนั่งแบบ 5+2 หรือสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง โดยเบาะแถวสามยังคงเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้โดยสารที่มีรูปร่างเล็ก แต่ก็สามารถใช้งานได้ในกรณีจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่
ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวก Mitsubishi Pajero Sport 2016 มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติเป็นมาตรฐาน และในรุ่น GT กับ GT Premium สามารถปรับแยกอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวาได้ ระบบกุญแจ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทตอบโจทย์ความทันสมัย
ระบบความบันเทิงในรุ่น GT และ GT Premium ประกอบด้วยเครื่องเสียง 2 Din พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ CD, MP3, USB, Bluetooth และระบบนำทางในตัว ด้านหลังในรุ่น GT และ GT Premium ยังมีจอ Roof Monitor พร้อมหูฟังอินฟราเรด 2 ชุด เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
สมรรถนะการขับขี่: ความลงตัวบนสนามทดสอบ
การทดสอบสมรรถนะของ Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ ดำเนินการบนสนามทดสอบ Mitsubishi Proving Ground ซึ่งจำลองสภาพถนนต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรถอย่างแท้จริง
การทดสอบสมรรถนะ (Performance):
ในสถานีทดสอบสมรรถนะ เราได้ทดลองขับ Mitsubishi Pajero Sport GT (ขับเคลื่อน 2 ล้อ) บนพื้นลาดยาง โดยจำกัดความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. จากการออกตัว การตอบสนองของพวงมาลัยค่อนข้างหนักเล็กน้อย ซึ่งอาจจะเหมาะสมกับผู้ชายมากกว่า แต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคง
เครื่องยนต์ดีเซล 4N15 ขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที การทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะจาก Aisin เป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจ เกียร์สามารถส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น (Seamless Gear Shifting) แม้กระทั่งเมื่อใช้ Paddle Shift การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและไร้รอยต่อ ทำให้รู้สึกถึงความประณีตของระบบส่งกำลัง
เมื่อเข้าโค้ง การตอบสนองของพวงมาลัยมีความแม่นยำสูง และแทบไม่มีระยะฟรี ซึ่งสะท้อนถึงการเซ็ตพวงมาลัยที่เน้นความสปอร์ต
การทดสอบระบบกันสะเทือน (Suspension):
Mitsubishi ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบกันสะเทือนของ Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ ให้มีความลงตัวในการขับขี่มากที่สุด โดยช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทรีลิงค์ทอร์คอาร์ม พร้อมสปริงและเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนสามารถซับแรงกระแทกได้ดีเกินคาด แม้จะขับผ่านถนนที่ปะซ่อม หรือสภาพทางต่างระดับ ก็ยังให้ความรู้สึกมั่นคงและไม่เกิดอาการโคลงเคลง
บุคลิกช่วงล่างของ Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ ค่อนข้างแน่นหนึบ ให้ความมั่นใจในการขับขี่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ความแน่นที่มากเกินไปอาจทำให้รู้สึกกระด้างเล็กน้อยเมื่อขับผ่านพื้นที่ต่างระดับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปกติของรถยนต์ที่ใช้โครงสร้างแบบ Body-on-Frame
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ:
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD Auto) บนพื้นคอนกรีตจำลอง สามารถทำเวลาได้ 12.09 วินาที (จากการจับเวลาด้วยมือถือ) ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ว่าช่วงออกตัวจะรู้สึกอืดอาดเล็กน้อย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสามารถกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบความปลอดภัย: ก้าวข้ามสู่มาตรฐานใหม่
Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ ติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยอย่างครบครัน อาทิ ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW), ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system – FCM) ซึ่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังมีกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ที่ใช้กล้อง 4 ตัว สร้างภาพมุมมองแบบ Bird’s Eye View ช่วยให้การจอดรถทำได้ง่ายขึ้น และระบบ Ultrasonic Misacceleration Mitigation System ที่ช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเกินไป เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
สรุป: Mitsubishi Pajero Sport 2016 คือคำตอบที่คุณมองหา
Mitsubishi Pajero Sport 2016 ใหม่ คือรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยี ด้วยเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดี เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ระบบกันสะเทือนที่เซ็ตมาอย่างลงตัว ให้ทั้งความสปอร์ตและความนุ่มนวล Mitsubishi Pajero Sport 2016 ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
แม้ว่าพวงมาลัยที่ค่อนข้างหนักอาจเป็นจุดที่ต้องพิจารณาเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ใช้ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า แต่เมื่อพิจารณาจากราคาและความคุ้มค่าที่ได้รับ Mitsubishi Pajero Sport 2016 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาด SUV ระดับนี้ หากคุณกำลังมองหายานยนต์อเนกประสงค์ที่ครบเครื่องทั้งดีไซน์ วิศวกรรม และสมรรถนะ Mitsubishi Pajero Sport 2016 คือคำตอบที่คุณวางใจได้ว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง
Mercedes-Benz G-Class 2016: ตำนานออฟโรดทรงเหลี่ยมที่เหนือกาลเวลา
ในโลกแห่งยนตรกรรมที่เต็มไปด้วยการออกแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่มีรถยนต์เพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถรักษาเอกลักษณ์และเสน่ห์เหนือกาลเวลาไว้ได้ Mercedes-Benz G-Class 2016 คือหนึ่งในนั้น ซึ่งยังคงไว้ซึ่งรูปทรงตัวถังอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมายาวนานเกือบ 4 ทศวรรษ โดยอาศัยเพียงการปรับปรุงรายละเอียดให้เข้ากับยุคสมัย G-Class ไม่เพียงแต่เป็น SUV สุดหรูของ Mercedes-Benz เท่านั้น แต่ยังเป็นออฟโรดพันธุ์แท้ที่มอบสมรรถนะการลุยที่ไม่เป็นรองใคร
Mercedes-Benz G 350 d Sport 2016 รุ่นที่เปิดตัวในงาน Motor Expo 2015 ยังคงรักษาดีไซน์ทรงเหลี่ยมอันเป็นอนุรักษนิยมตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่ได้รับการขัดเกลาให้มีความมนขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ดูร่วมสมัย สปอร์ต และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไฟสำหรับวิ่งกลางวัน (DRL) ติดตั้งอยู่ใต้ดวงไฟหน้าทรงกลมแบบ Bi-Xenon กระจังหน้าคาดด้วยแถบโครเมียมสองเส้น พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกตรงกลาง กันชนออกแบบใหม่สีเดียวกับตัวรถ มีช่องดักอากาศขนาดใหญ่สามช่อง และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ 5 ก้าน สีดำด้าน ขนาด 19 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ภายในที่หรูหราเหนือกาลเวลา
ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz G-Class 2016 ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับภายนอก ด้วยโทนสีเบาะที่เข้ากับสีตัวรถ แผงหน้าปัดแบบสปอร์ตสีดำ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่น และชุดมาตรวัดพร้อมเข็มวัดใหม่ที่ให้ข้อมูลชัดเจน
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะหลังแบบ 3 ที่นั่งแบบฟูลไซซ์ สามารถแยกพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 หุ้มด้วยหนัง Nappa ระบบปรับอากาศแบบ THERMATIC สามารถแยกปรับอุณหภูมิได้สองฝั่ง พร้อมระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Harman Kardon Logic 7 และไฟ Ambient Light ที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น
ขุมพลัง V6 ดีเซล ประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้
Mercedes-Benz G 350 d Sport 2016 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาดความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,400 รอบต่อนาที สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 192 กม./ชม.
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและความสบาย
นอกเหนือจากสมรรถนะ Mercedes-Benz G 350 d Sport 2016 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยและระบบความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความสบายและความมั่นใจในการขับขี่ อาทิ ระบบกันสะเทือนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสัมผัสกับความนุ่มนวลตลอดการเดินทาง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ที่ปรับตั้งค่าอัตโนมัติ และระบบป้องกันล้อลื่นไถล (ASR) ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Mercedes-Benz G 350 d Sport 2016 ใหม่ วางจำหน่ายในราคา 8,490,000 บาท เป็นการผสมผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ความหรูหรา และสมรรถนะการใช้งานได้จริง ทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่าผู้เป็นเจ้าของจะเลือกนำพาตำนานบทนี้ไปสัมผัสประสบการณ์ใด
สัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมที่เหนือกว่า หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตนและตอบโจทย์ทุกการเดินทาง โปรดพิจารณา Toyota Crown 2016, Mitsubishi Pajero Sport 2016 และ Mercedes-Benz G-Class 2016 ที่เราได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกไว้ข้างต้น การตัดสินใจเลือกยานยนต์ที่ใช่คือการลงทุนเพื่อประสบการณ์อันล้ำค่าบนท้องถนนที่กำลังจะมาถึง อย่ารอช้าที่จะสำรวจตัวเลือกเหล่านี้และก้าวเข้าสู่อีกระดับของการขับขี่ที่คุณคู่ควร

