• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0902022 คนท เก ดมาพร อมท กอย าง บคนท องแลกท งช ตเพ อโอกาสเด ยว (2) part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

admin79 by admin79
February 4, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
เจาะลึกตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2567: สัญญาณฟื้นตัว หรือภาพลวงตา? ปี 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นปีแห่งความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ความคาดหวังถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการส่งต่อโมเมนตัม
ที่ดีจากปี 2565 กลับไม่เป็นไปตามแผน เมื่อตลาดกลับสู่ภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และยืดเยื้อต่อเนื่องจนถึงปลายปี แม้ช่วงเวลาปกติที่เป็นไฮซีซั่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 4 ก็ยังคงเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ไม่ชัดเจนนัก ทำให้ภาพรวมของปี 2567 ก็ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ถึงแม้จะมีปัจจัยบวกบางประการปรากฏขึ้น จากข้อมูลที่รวบรวมโดย Property Mentor ครอบคลุมบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 41 แห่ง ได้ทำการวิเคราะห์ผลประกอบการในปี 2566 เพื่อประเมินศักยภาพการรับมือกับสถานการณ์ที่ผันผวน และค้นหา “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในสนามแข่งขันที่ดุเดือดนี้ ภาพรวมรายได้ปี 2566: ชะลอตัว แต่ใครคือผู้นำ? ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ถึง 371,560 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยราว 1.2% จากปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาในระดับรายบริษัท จะพบว่าถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมที่ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในตลาดที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มีหลายบริษัทที่ประสบกับการลดลงของรายได้ในระดับที่น่ากังวล บริษัทอย่าง L.P.N. Development, Eastern Star Real Estate, และ Country Group Development มีรายได้รวมลดลงกว่า 20% โดยเฉพาะ L.P.N. Development ที่ติดลบไปถึงราว 28% ขณะที่ Raimon Land (-26%), Lalin Property (-23%), Major Development (-22%), และ Siamese Asset (-21%) ก็เผชิญหน้ากับตัวเลขที่ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงแนวโน้มขาลง โดยมีรายได้รวมติดลบถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 นี้ มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565 นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว AP (Thailand) ก็มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (-10%), Pruksa Holding (-9%), และ Origin Property (-4%) ก็อยู่ในกลุ่มที่รายได้รวมปรับตัวลดลงเช่นกัน แสนสิริ ผงาดผู้นำรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโต 12% สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ประกอบด้วย: แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 24,487 ล้านบาท ยูนิเวนเจอร์: 17,672 ล้านบาท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย): 16,169 ล้านบาท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 15,157 ล้านบาท สิงห์ เอสเตท: 15,066 ล้านบาท รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเฉพาะรายได้รวมอาจไม่เพียงพอต่อการประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากบางบริษัทอาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม ซึ่งอาจบิดเบือนภาพรวมที่แท้จริง การพิจารณา “รายได้จากการขาย” จึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่ามียอดรวม 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มียอดรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือถึง 30 จาก 41 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อน บริษัทอย่าง Raimon Land มีรายได้จากการขายดิ่งลงถึง 78% L.P.N. Development รายได้จากการขายลดลงเกือบ 40% ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ Land and Houses ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในแง่รายได้จากการขาย ก็ยังมีรายได้ส่วนนี้ลดลงเล็กน้อยที่ 2% สิ่งที่น่ากังวลคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่ประสบปัญหาการลดลงของรายได้ในส่วนนี้ AP (Thailand) ผงาดอันดับ 1 ด้านรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในแง่รายได้จากการขายในปี 2566 มีดังนี้: เอพี (ไทยแลนด์): 36,927 ล้านบาท แสนสิริ: 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%) ศุภาลัย: 30,836 ล้านบาท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%) พฤกษา โฮลดิ้ง: 22,357 ล้านบาท แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 18,966 ล้านบาท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย): 10,019 ล้านบาท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 8,840 ล้านบาท (-24%) ควอลิตี้ เฮ้าส์: 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค: 7,171 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา ที่เริ่มเห็นผลลัพธ์จากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยในปี 2566 มีรายได้จากการขายถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มียอด 2,870 ล้านบาท กำไรสุทธิ: ตัวตัดสินชัยชนะที่แท้จริง แม้การสร้างรายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผลกำไรสุทธิคือตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้อย่างแท้จริง ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัทมีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท ที่น่าเป็นห่วงคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางรายขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ ยังมีอีกกว่า 20 บริษัทที่มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน Land and Houses ผงาดผู้นำกำไรสูงสุด 7,495 ล้านบาท สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรได้สูงสุดในปี 2566 มีดังนี้: แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 7,495 ล้านบาท (ได้แรงหนุนจากการขายโรงแรม 2 แห่งให้กองทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท) ศุภาลัย: 6,083 ล้านบาท เอพี (ไทยแลนด์): 6,054 ล้านบาท แสนสิริ: 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 3,160 ล้านบาท (-25%) เอสซี แอสเสท: 2,525 ล้านบาท ควอลิตี้ เฮ้าส์: 2,503 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง: 2,339 ล้านบาท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย): 1,865 ล้านบาท เซ็นทรัลพัฒนา: 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท) มองไปข้างหน้า: โอกาสและความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 จากข้อมูลข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม การที่หลายบริษัทสามารถรักษาผลประกอบการในระดับที่น่าพอใจ หรือแม้กระทั่งเติบโตได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ย่อมเป็นสัญญาณที่ดี ในปี 2567 นี้ คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญกับความผันผวน แต่ก็มีปัจจัยที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวได้เช่นกัน เช่น การผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน, การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน, และความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการที่พักอาศัยคุณภาพดี ทำเลที่ตั้งเข้าถึงสะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป การปรับตัวของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถือเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวข้ามความท้าทายนี้ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย, การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ, และการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ
หากคุณเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดนี้อย่างใกล้ชิด การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและคว้าโอกาสในการเติบโตในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้.
Previous Post

N0902019 แกล งใช ตบ านๆ ตอนจบทำท กคนขาส part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N0902021 คนท เก ดมาพร อมท กอย าง บคนท องแลกท งช ตเพ อโอกาสเด ยว (3) part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N0902021 คนท เก ดมาพร อมท กอย าง บคนท องแลกท งช ตเพ อโอกาสเด ยว (3) part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0902024 ดการห นไม าแม านคนน ไม ธรรมดา part2
  • N0902021 คนท เก ดมาพร อมท กอย าง บคนท องแลกท งช ตเพ อโอกาสเด ยว (3) part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N0902022 คนท เก ดมาพร อมท กอย าง บคนท องแลกท งช ตเพ อโอกาสเด ยว (2) part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N0902019 แกล งใช ตบ านๆ ตอนจบทำท กคนขาส part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N0902020 เม อสะใภ เหย ยบย ำแม งค บให นเศษข าวบนพ เธอแน ใจแค ไหนว ไม ใครเห part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.