• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0204106_สะใภ ตามส อผ วร งเก ยจ [ตอนจบ]_part2 | Yuikie TV

admin79 by admin79
March 26, 2026
in Uncategorized
0
N0204106_สะใภ ตามส อผ วร งเก ยจ [ตอนจบ]_part2 | Yuikie TV ยุคใหม่ของ Mercedes-Benz ในไทย: ยกระดับประสบการณ์ลักชัวรี พร้อมก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Mercedes-Benz ในประเทศไทยอยู่เสมอ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การปรับกลยุทธ์ของแบรนด์หรูสัญชาติเยอรมันนี้ ช่างน่าจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การบริหารของ มาร์ติน ชเวงค์ ประธานบริหารคนปัจจุบัน ซึ่งเข้ามาพลิกโฉมองค์กรอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา Mercedes-Benz ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การแข่งขันด้านยอดขายกับคู่แข่งอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว ผ่านยุทธศาสตร์ “Retail of the Future” ที่ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ในทุกมิติ พร้อมเปลี่ยนสถานะของเครือข่ายผู้จำหน่ายจาก “ดีลเลอร์” เป็น “เอเจนต์” เพื่อลดภาระการลงทุนในการสต็อกรถ และปรับรูปแบบรายได้จากการขายเป็นค่าตอบแทนต่อการปล่อยรถแต่ละคัน การปรับทัพผลิตภัณฑ์: เข้มข้นด้วยซับแบรนด์และขยายไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ โดย Mercedes-Benz เตรียมเพิ่มความเข้มข้นเชิงลึกผ่านซับแบรนด์อันทรงเกียรติอย่าง Mercedes-AMG ที่เน้นสมรรถนะขั้นสุด, Mercedes-Maybach สำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราเหนือระดับ และที่สำคัญยิ่งคือกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า EQ ที่ครอบคลุมทั้ง ปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) และ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) สำหรับรถยนต์รุ่นหลักที่มีแผนการผลิตในประเทศนั้น Mercedes-Benz ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ จากเดิมที่มักจะนำเข้ารถยนต์รุ่นที่ประกอบนอก (CBU – Completely Built-Up) มาทำตลาดก่อน แต่ปัจจุบันจะรอจนกว่ากระบวนการผลิตและชิ้นส่วนในประเทศมีความพร้อม จึงจะเริ่มจำหน่ายรุ่นที่ผลิตในประเทศ (CKD – Completely Knocked-Down) แทน กลยุทธ์นี้ได้เห็นผลเป็นรูปธรรมมาแล้วกับ Mercedes-Benz C-Class W206 ที่เปิดตัวในช่วงสถานการณ์การขาดแคลนชิปทั่วโลก แม้จะเปิดตัวในตลาดโลกช่วงต้นปี 2564 แต่ในไทยต้องรอการประกอบในประเทศ ซึ่งกำหนดไว้ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2565 โดยประเดิมด้วยรุ่น C220d ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลในราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท ก่อนที่รุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด C350e ราคา 3.35 ล้านบาท จะตามมาในช่วงปลายปี การรุกตลาด SUV ด้วย All-new Mercedes-Benz GLC และการขยายไลน์ PHEV ในปี 2566 ที่ผ่านมา Mercedes-Benz ได้เปิดตัว A-Class Facelift และมีแผนจะตามมาด้วย GLA Facelift ที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกัน (ทั้งสองรุ่นผลิตในประเทศ) ส่วนโมเดลสำคัญในตลาด SUV อย่าง All-new Mercedes-Benz GLC ที่เปิดตัวทั่วโลกในปี 2565 เตรียมจะขึ้นสายการผลิตในประเทศไทยช่วงไตรมาสที่ 3 หรือประมาณเดือนสิงหาคม 2566 Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC ปลั๊ก-อินไฮบริด จะเป็นรุ่นที่จะประเดิมตลาดในไทย โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่สามารถวิ่งในโหมด EV ได้ระยะทางสูงสุดถึง 120 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) ถือเป็นระยะทางที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะตามมาสมทบในช่วงปลายปี E-Class W214: ความล้ำสมัยที่มาพร้อมกลยุทธ์การผลิตในประเทศ สำหรับ Mercedes-Benz E-Class โฉมใหม่ W214 ที่เพิ่งเปิดตัวทั่วโลกไปเมื่อเดือนเมษายน 2566 นี้ การทำตลาดในประเทศไทยจะยังคงยึดตามกลยุทธ์การผลิตในประเทศเช่นเคย โดยจะไม่มีการนำเข้ารถยนต์รุ่น CBU เข้ามาทำตลาด แต่จะรอการประกอบในประเทศในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2567
การมาถึงของ Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ รถยนต์ไฟฟ้า 100% สมรรถนะสูง เพื่อเป็นการปลุกกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2566 Mercedes-Benz เตรียมนำเข้า Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ ซึ่งจะเป็นการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกภายใต้แบรนด์ AMG ในประเทศไทย โดยเป็นการผสานสุดยอดสมรรถนะของ Mercedes-AMG เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ เป็นรถซาลูนสมรรถนะสูงที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (หน้า-หลัง) ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 625 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 950 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.5 วินาที พร้อมชุดแบตเตอรี่ความจุ 90.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 465 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง Mercedes-Benz ประเทศไทย: ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าและความยั่งยืน นายมาร์ติน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยืนยันถึงแผนการเปิดตัวรถยนต์ใหม่หลายรุ่นในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งนอกจาก EQS แล้ว ยังมีแผนที่จะผลิตรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในประเทศเพิ่มเติม ขณะที่รุ่น EQB ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จะมีการนำเข้ารถล็อตใหม่มาทำตลาด แต่ยังไม่มีแผนการผลิตในประเทศ “ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้วางแผนสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า และเมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นบริษัทรถยนต์รายแรก (แบรนด์หลัก) ที่ตอบรับนโยบายด้วยการขึ้นไลน์ประกอบ EV ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ เราจึงอยากให้มีการดำเนินนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลชุดใด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน” มาร์ติน ชเวงค์ กล่าว Mercedes-Benz มุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผ่านแผนการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความยั่งยืน (Sustainability) การนำเสนอรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation) และประสบการณ์แบบลักชัวรี่ (Luxury Experience) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ล่าสุด Mercedes-Benz ได้ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็น 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป โดยครอบคลุมทั้งรถใหม่และย้อนหลังให้กับลูกค้าที่ซื้อรถไปแล้ว ได้แก่ C-Class รุ่น C 350e (W206), E-Class รุ่น E 300e (W213), S-Class รุ่น S 580e (V223), GLC 300e (X253), GLC 300e Coupe (C253) และ GLE 350de (V167) เจาะลึก Mercedes-Benz C 350e AMG Dynamic: PHEV ที่ตอบโจทย์คนรัก “EV” ตัวจริง ในฐานะนักขับที่ได้สัมผัสกับเทคโนโลยียานยนต์มาอย่างยาวนาน ผมขอนำเสนอประสบการณ์ตรงกับ Mercedes-Benz C 350e AMG Dynamic ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสานเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เข้ากับสมรรถนะและความหรูหราในแบบฉบับ Mercedes-Benz การออกแบบที่สะท้อนความพรีเมียมและหลักอากาศพลศาสตร์ C 350e AMG Dynamic มีค่าตัวประมาณ 3.35 ล้านบาท มาพร้อมแนวทางการออกแบบที่เน้นความพรีเมียม เส้นสายด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Star Pattern และเส้นสายด้านหลังที่ลื่นไหลโค้งมนต่อเนื่องตั้งแต่หน้าจรดท้าย ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังช่วยเสริมหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่ต่ำเพียง 0.24 เทคโนโลยีส่องสว่าง Digital Light และความอัจฉริยะของภายในห้องโดยสาร ไฟหน้าแบบ Digital Light เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าประทับใจ ด้วยความละเอียดมากกว่า 1 ล้านพิกเซลต่อข้าง สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ลดจุดบอด และส่องสว่างในพื้นที่นอกจุดที่ต้องหลีกเลี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบสามารถฉายภาพจุดหลีกเลี่ยงต่างๆ เช่น รถยนต์ หรือคนเดินเท้า เพื่อตัดแสงไฟไม่ให้รบกวนการมองเห็นของผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจาก S-Class ด้วยหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ที่แสดงข้อมูลครบถ้วน สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ คือ Discreet, Sporty และ Classic ส่วนหน้าจอมอนิเตอร์กลางแนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว ออกแบบให้เอียงเข้าหาผู้ขับเล็กน้อย ควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน และระบบความบันเทิง MBUX ที่ทำงานด้วยการสั่งงานด้วยเสียง ความปลอดภัยและความสะดวกสบายระดับสูงสุด ระบบ MBUX ยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าสู่ระบบ การตั้งค่าเฉพาะบุคคล และการจดจำพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคนได้อย่างรวดเร็ว สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ถึง 7 คน โดยแต่ละคนสามารถสแกนได้ 2 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีไฟ Ambient Light 64 เฉดสี เพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสาร
ในด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่ Mercedes-Benz C 350e AMG Dynamic จัดเต็มด้วยระบบรักษาระยะห่างจากคันหน้า (Adaptive Cruise Control), Lane Tracking Package ที่ช่วยดึงรถกลับเข้าสู่ช่องทางเดิม, ระบบเตือนจุดอับสายตา, ระบบช่วยจอด, กล้องถอยหลังพร้อมเซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิค และระบบป้องกันการชนพร้อมระบบช่วยเบรก ประสบการณ์การขับขี่ PHEV เจเนอเรชั่นที่ 4: พลังไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ใน C 350e AMG Dynamic มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 25.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (โหมด EV) ได้ระยะทางสูงสุดถึง 100 กม. และทำความเร็วสูงสุดในโหมด EV ได้ถึง 140 กม./ชม. ซึ่งถือว่าครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย จากการทดลองขับจริง เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปพัทยา ด้วยการเลือกโหมด EV ตลอดการเดินทาง โดยเน้นการขับขี่ตามปกติ ไม่ได้พยายามประหยัด ตัวรถสามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 108 กม. ก่อนที่เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร จะเริ่มทำงาน ซึ่งมากกว่าที่ระบุในสเปค การทำงานของเครื่องยนต์มีความนุ่มนวล แทบไม่รู้สึกถึงการสตาร์ท นอกจากจะสังเกตจากมาตรวัดรอบ ในโหมด EV ความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 147 กม./ชม. ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า C 350e AMG Dynamic เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังคงความสะดวกสบายในการเดินทางไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ การชาร์จที่รวดเร็วและแนวคิดการจัดการพลังงานอัจฉริยะ การชาร์จสามารถทำได้ทั้งแบบ AC ที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และแบบ DC Fast Charge ที่สามารถชาร์จจนเต็ม 100% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ แนวคิดการใช้งานโหมด EV ของวิศวกร Mercedes-Benz ที่เน้นการปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อยเมื่อผ่อนคันเร่ง มากกว่าการรีบชาร์จกลับแบตเตอรี่ทันที เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงการเคลื่อนที่ที่เป็นธรรมชาติเหมือนรถยนต์เครื่องยนต์ทั่วไป และยังเป็นการคำนวณทางวิศวกรรมที่ว่า การปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าอาจได้ระยะทางมากกว่าการชาร์จไฟกลับเพื่อนำมาขับเคลื่อนต่อ หากต้องการชาร์จไฟกลับ สามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง หรือเมื่อขับขี่ในเส้นทางลงเนิน ระบบจะมีการชาร์จกลับโดยอัตโนมัติ โดยสามารถดูค่าองศาของตัวรถได้จากหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ โหมดการขับขี่ที่หลากหลายเพื่อประสบการณ์ที่ลงตัว ในโหมด Hybrid (H) ระบบจะเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก และจะดึงกำลังจากเครื่องยนต์เมื่อต้องการกำลังเสริม หรือเมื่อความเร็วสูงเกินลิมิตของโหมด EV ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 นี้ไม่มีโหมด “Charge” ที่ให้เครื่องยนต์ทำงานเพื่อชาร์จแบตเตอรี่โดยเฉพาะ เนื่องจากมองว่าหากเครื่องยนต์ทำงานแล้ว ควรนำกำลังไปขับเคลื่อนรถโดยตรง นอกจากนี้ ยังมีโหมด Battery Hold (B) เพื่อรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ใช้ในช่วงเวลาที่ต้องการ, โหมด Individual ที่ให้ผู้ขับขี่ตั้งค่าการทำงานต่างๆ ได้เอง และโหมด Sport ที่เพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้มีความฉับเฉงมากยิ่งขึ้น สมรรถนะอันน่าประทับใจและการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ระบบไฮบริดของ C 350e AMG Dynamic ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 313 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 245 กม./ชม. ในด้านอารมณ์การขับขี่ ช่วงล่างของรถคันนี้ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ทั้งความรู้สึกสปอร์ต เกาะถนน และมีความนิ่ง แม้จะใช้ความเร็วสูง หรือเมื่อเข้า-ออกโค้ง การซอกแซกเปลี่ยนเลนบนถนนหลวงก็ทำได้อย่างแม่นยำ การเก็บแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนทำได้ดี ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด Mercedes-Benz C 350e AMG Dynamic เหมาะอย่างยิ่งกับสภาพถนนในประเทศไทยที่หลากหลาย การที่รถมีระบบ Self-Leveling ช่วยรักษาระดับของตัวรถให้ขนานกับพื้นถนนมากที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสภาพผิวถนนที่ไม่เรียบ เป็นคลื่น หรือมีหลุมบ่อ ก็ยังคงความนิ่งและสะดวกสบายไว้ได้ คำแนะนำสำคัญ: ผู้ที่ซื้อรถรุ่นนี้ไปใช้ ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนขนาดของยาง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ที่ถูกปรับตั้งมาอย่างเหมาะสมแล้ว
Mercedes-Benz กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นในประเทศไทย ด้วยการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความหรูหราเข้ากับความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน หากคุณคือผู้ที่มองหาสมรรถนะที่เหนือระดับ ประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในตลาด ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ Mercedes-Benz ที่เหนือกว่าในวันนี้
Previous Post

N0204108_งสน ทย งต องเกรงใจ [ตอนจบ]_part2 | Yuikie TV

Next Post

N0204114_ตรข าวแกง บซองงานศพของแม [ตอนจบ]_part2 | Yuikie TV

Next Post

N0204114_ตรข าวแกง บซองงานศพของแม [ตอนจบ]_part2 | Yuikie TV

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0705145_EP.1 กท กสวมรอย หญ งคนหน งถ กขโมยช_part2
  • N0705144_กต ดฝ งแม ตามมาถ งบ าน เพ อมาขอค าเทอม นเก_part2
  • N0705143_เม อความร กต างชนช การไม กยอมร บจ งเก ดข_part2
  • N0705142_Ep1 เธอเข าใจผ ดว าผ ชายท ดบอดเป นช บแม_part2
  • N0705141_(จบ)เกล ยดล กต วเอง บางชะตาไม ได กสล เพ อท_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.